
จังหวัดต้นแบบ
แม้ไทยจะผ่านพ้นความกังวลจากกรณีการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ
แม้ไทยจะผ่านพ้นความกังวลจากกรณีการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาร์ไปแล้ว แต่ก็ยังหวังว่าทุกคนจะให้ความสำคัญกับคำว่าประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะช่วงที่จะเกิดวิกฤตพลังงานอย่างเดียว
ทั้งนี้ ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ยังคงเดินหน้าชักชวนให้ภาคอุตสาหกรรม จัดทำโครงการ “อุตสาหกรรมประหยัดไฟ ช่วยไทยลดใช้พลังงาน (Change for Save) โดยจับมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ใช้กรณีตัวอย่างของจ.สมุทรปราการ พื้นที่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากเป็น เป็นจังหวัดต้นแบบความร่วมมือเปลี่ยนอุปกรณ์ส่องสว่างเป็นหลอดไฟแอลอีดี 1 ล้านหลอด หวังจะช่วยการประหยัดไฟฟ้าได้ 725 ล้านบาท
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า สนพ.ได้ต่อยอดแนวทางการประหยัดพลังงาน โดยร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และ กฟภ. จัดทำโครงการ “อุตสาหกรรมประหยัดไฟ ช่วยไทยลดใช้พลังงาน (Change for Save)” เจาะกลุ่มภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยที่ใช้ไฟฟ้าสูงสุด 40% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ โดยให้เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน หรือหลอดแอลอีดี แทนการใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานมากถึง 50% โดยมีเป้าหมายให้เปลี่ยน 100 ล้านหลอดทั่วประเทศ ซึ่งจะลดการใช้พลังงานแสงสว่างจาก 4,800 เมกะวัตต์ เหลือ 2,400 เมกะวัตต์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 7.25 หมื่นล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ สนพ.ยังเตรียมงบ 300 ล้านบาท ไว้สนับสนุนอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ที่ประหยัดพลังงานได้จริงในอัตรา 1 บาทต่อ 1 หน่วยการลดพลังงาน โดยมีเป้าหมายการสนับสนุน 300 ล้านบาทต่อ 300 ล้านหน่วยการลดพลังงาน โดย กฟภ.จะทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบการประหยัดพลังงาน
ด้านนายประทวน สุทธิอำนวยเดช อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ปัจจุบันจ.สมุทรปราการมีโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดไม่ต่ำกว่า 6,000 แห่ง แบ่งเป็น โรงงานขนาดใหญ่ 15% ขนาดกลาง 45% และขนาดเล็ก 55% เบื้องต้นอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการได้ขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟมากกว่า 500 ดวง ให้เปลี่ยนไปใช้หลอดประหยัดพลังงานแอลอีดี โดยได้รับความร่วมมือจาก 200 โรงงานใหญ่อันดับต้นๆ นำร่องเปลี่ยนใช้หลอดแอลอีดี รวมแล้วมากกว่า 1 ล้านหลอด โดยหลังจากนี้จะเร่งประชาสัมพันธ์ถึงประโยชน์ในการลงทุนเปลี่ยนใช้หลอดแอลอีดี ซึ่งเป็นการลงทุนในระยะยาวที่คุ้มค่า เพื่อขยายผลไปสู่การรณรงค์ในโรงงานขนาดกลางและเล็กต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า การที่กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป็นกลุ่มต้นๆ ในการนำร่องเพื่อดูแลเรื่องพลังงาน เชื่อว่าจะสร้างผลในการปฏิบัติที่ชัดเจน และหลังจากนี้จังหวัดก็เตรียมขยายผลโครงการไปยังกลุ่มครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง และแม้ภาพของจ.สมุทรปราการจะเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่หลายคนมองว่าเป็นปัญหา แต่โครงการครั้งนี้จะทำให้ประชาชนเห็นว่า ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมมีจิตสำนึกเรื่องการใช้พลังงานและพร้อมให้ความร่วมมือเพื่ออนุรักษ์พลังงาน ซึ่งทำให้จ.สมุทรปราการจะเป็นต้นแบบปฏิบัติ ซึ่งพร้อมจะให้คำแนะนำกับประชากรทุกภาคส่วนให้กับหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศต่อไป







