
ปูเผยถกอาเซียนลุยพัฒนาการค้าเชื่อมโยงอาเซียน
นายกรัฐมนตรี เผยผลหารือผู้นำอาเซียน ลุยพัฒนาตลาดการค้าเชื่อมโยงอาเซียน คุยพม่าถกเขตพิเศษท่าเรือทวาย ผุดเขตพิเศษชวนเอกชนลงทุนร่วม
นายกรัฐมนตรี เผยผลหารือผู้นำอาเซียน ลุยพัฒนาตลาดการค้าเชื่อมโยงอาเซียน คุยพม่าถกเขตพิเศษท่าเรือทวาย ผุดเขตพิเศษชวนเอกชนลงทุนร่วม
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวใน รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน ถึงการเดินทางร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่บรูไนดารุสซาลาม ว่า กลุ่มผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ หารือกันว่า ปี 2015 เปิดประชาคมอาเซียน จะทำอย่างไรให้ 3 เสาหลักทำงานเชื่อมโยงกัน การดูแลสิทธิมนุษยชน ปราบยาเสพติด วัฒนธรรมและท่องเที่ยว การประชุมคุยกันว่าจะเชื่อม 3 เสาหลักกับประชาชนอย่างไร และมีการเสนอตั้งหน่วยงานหรือคณะทำงานที่จะนำแผนงานทุกประเทศมาบริหารจัดการ ติดตาม เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น และมองว่าหลังปี 2015 ต้องพัฒนาอะไรต่อไป ถือโอกาสเชิญชวนนักลงทุนมาลงทุนในกลุ่มอาเซียน ทั้งรูปแบบการเชื่อมโยงและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ลดช่องว่างการศึกษาสาธารณสุข และการเชื่อมโยงด่านต่างๆ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หลังปี 2015 เรามองว่าเมื่อประชาคมอาเซียน เกิดหลายประเทศอยากจะเข้ามาลงทุนมากขึ้น ก็จะเป็นสะพานเชื่อมโยงว่าจะทำเรื่องอะไร ลงทุนอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์กับภูมิภาคโดยรวม และทำอย่างไรให้ความร่วมมือแต่ละประเทศมาช่วยเหลือเรา ในการลดช่องว่างในแต่ละประเทศด้วยข้อพิพาทในทะเลจีนใต้เป็นหัวข้อหนึ่งที่เราพูดกันว่า เป็นสิ่งที่เราจะเตรียมก่อนและหลังประชาคมอาเซียน ซึ่งจะต้องแก้ปัญหาขัดแย้งในภูมิภาค ในกลุ่มอาเซียนก็อยากเห็นการแก้ปัญหาโดยสันติวิธี โดยหลักการก็ต้องไว้เนื้อเชื่อใจ
นอกจากนี้ได้มีการร่วมประชุมระดับผู้นำแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย - ไทย ครั้งที่ 7 มีการเกิดวงเล็กๆ ที่จะเชื่อมโยงก่อน มาหารือต่อในคณะประชุมของ 3 ประเทศ เห็นพ้องกันในเจตนารมณ์พัฒนาแผนงานทั้งในส่วนของน้ำและอากาศร่วมกันเป็นแผน 5 ปี ส่วนใหญ่ไทยก็เสนอ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขณะที่แต่ละประเทศก็มีแผนมาเชื่อมกัน สุดท้ายก็ไปเชื่อมแผนใหญ่ นอกจากนี้ เราก็เสนอว่าควรจะลดช่องว่างทางเศรษฐกิจในเรื่องของการสร้างรายได้ ในกลุ่มของ 3 ประเทศนี้น่าจะร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลร่วมกันได้ หรือการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราเป็น รับเบอร์ ซิตี้ ทางมาเลเซียก็คาดหวังจะเห็นการพัฒนาในส่วนนี้ร่วมกันเช่นกัน เราจะพูดตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ มีโอกาสหารือกับท่านประธานาธิบดีเมียนมาร์ หัวข้อหลักคือคิดตามความคืบหน้าท่าเรือที่ทวาย เบื้องต้นไทยและพม่าเห็นพ้องร่วมกันแล้วในรูปแบบการพัฒนาร่วมกันใน 2 ระดับคือรัฐต่อรัฐและเอกชนต่อเอกชน ในส่วนนี้ทางเมียนมาร์เองก็ให้สิทธิพิเศษและกำหนดเขตพิเศษมาให้ ก็เป็นจุดสนใจสำหรับนักลงทุน ในส่วนของรัฐต่อรัฐเราก็ให้คำปรึกษากับเมียนมาร์เพื่อให้เกิดการพัฒนาในส่วนของเอกชนและเอกชนของทั้งสองประเทศ และจะเชิญญี่ปุ่นเข้ามาในส่วนของรัฐต่อรัฐด้วย และหารือว่าจะทำอย่างไรให้เกิดอุตสาหกรรมนี้เร็วขึ้นเป็นนิคมอุตสาหกรรมและจะมีการหารือกันอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม
นอกจากนี้ ทางเมียนมาร์เขาก็ขอเรื่องการเปิดด่าน เห็นชอบในการพัฒนาด่านเพิ่มเติมกับเมียนมาร์อีก 3 แห่ง ได่แก่ ด่านเจดีย์สามองค์ - พญาตองซู, ด่านบ้านน้ำพุร้อน – ทิกิ, ด่านสิงขร – มอต่อง ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกระชับและเพิ่มพูนความสัมพันธ์ในระดับประชาชนและการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ ซึ่งในส่วนของชายแดนจะเห็นว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่ติดจ.ชายแดนมีการเติบโตสูง ถ้าพัฒนาในทางที่ถูกก็เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่และคนที่จะมาลงทุน เป็นการเชื่อมโยงและเปิดตลาดใหม่ให้กับประเทศไทยด้วย เป็นการเปิดตลาดใหม่ในการเชื่อมโยงไปสู่ประชากร600 ล้านคน







