
เลิกมุ่งแต่ประมูลงาน
ในยามนี้การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการของประเทศด้วย
ในยามนี้การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการของประเทศด้วยงบประมาณสูงลิ่ว 3.5 แสนล้านบาท ภายใต้การกำกับการของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงยิ่ง
เนื่องจากปรากฏร่องรอยของความขัดแย้งในการบริหารจัดการน้ำอย่างรุนแรงของกรรมการ กบอ.หลังอยู่ในภาวะไฟสุมขอนมานานนับปี
ปรากฏการณ์ของกรรมการ กบอ.ที่เป็นคีย์แมนคนสำคัญในการริเริ่มแผนการบริหารจัดการน้ำที่ทยอยถอนตัวออกไปทีละคนสองคนเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ แต่หลายคนก็หายหน้าหายตาไปจากวงประชุมโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นนายกิจจาผลภาษี นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา และนายวีระ วงศ์แสงนาค
ล่าสุดนายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ก็ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากการเป็นกรรมการ กบอ.อย่างเป็นทางการ ภายใต้การให้เหตุผลที่คลุมเครือแต่ทิ้งปมว่า มีความเป็นห่วงเช่นเดียวกับกลุ่มกิจการร่วมค้า ญี่ปุ่นไทย ที่ตัดสินใจถอนตัวจากการร่วมประมูลโครงการลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำรอบสุดท้าย
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า การบริหารจัดการภายใน กบอ.ที่อำนาจการชี้นำเบ็ดเสร็จอยู่ที่ประธาน กบอ. ซึ่งทุกลมหายใจมุ่งเน้นไปที่การเร่งประมูลจัดซื้อจัดจ้างโครงการลงทุนน้ำเป็นตัวตั้ง ได้สร้างความแตกแยกอย่างหนัก
ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อนในการแก้ปัญหาน้ำ โดยเฉพาะเงื่อนไขทีโออาร์การจัดการน้ำที่เป็นจุดอ่อน เช่น การโยนภาระให้เอกชนในการเวนคืนที่ดิน ซึ่งสุ่มเสี่ยงให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างคนที่อยู่ในชุมชนกับเอกชน หรือการเชื่อมโยงของลุ่มน้ำสำคัญ
นอกจากนี้ การถอนตัวของกลุ่มกิจการร่วมค้า ญี่ปุ่น-ไทย ทำให้เหลือบริษัทเอกชนที่มีโอกาสชนะประมูลโครงการน้ำเพียง 2 ราย คือ บริษัท โคเรีย วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น และกลุ่มกิจการร่วมค้า ไทยจีน ITDPOWERCHINA JV นั้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การแข่งขันประมูลงานที่มีงบก้อนโตไร้ประสิทธิภาพ และอาจทำให้ภาครัฐได้เนื้องานในราคาที่ไม่สมเหตุสมผลได้ เนื่องจากคู่แข่งในการประมูลเหลือแค่ 2 รายเท่านั้น แทนที่จะมีคู่แข่งที่พร้อมเสนอราคาเข้าสอด
ถึงเวลาแล้วที่ กบอ.และประธานกรรมการจะต้องปรับเปลี่ยนท่าทีในการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงานที่เกิดขึ้นจากการประมูลสำเร็จ มาเป็นการรับฟังข้อคิดเห็นในการจัดการลุ่มน้ำ การบริหารพื้นที่ และแนวทางการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจากการสร้างฟลัดเวย์ที่พาดผ่านชุมชนจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมปรับปรุงทีโออาร์น้ำให้เข้ารูปเข้ารอย มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ให้สมเจตนารมณ์การออก พ.ร.ก.กู้เงินจำนวนก้อนมหึมาเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งของประเทศ
การยอมถอยเพื่อปรับปรุงให้มีความรัดกุม มิได้หมายความว่าพ่ายแพ้ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่คือความสำเร็จหากมีประสิทธิภาพมากกว่าของเดิม







