
โวยแก๊งมิจฉาชีพอ้างขรก.รีดเงิน
เอกชนผู้ประกอบธุรกิจบ่อทรายบ่อดินโวยแก๊งมิจฉาชีพเรียกเก็บเงิน5หมื่นบาทต่อเดือน
เอกชนผู้ประกอบธุรกิจบ่อทรายบ่อดินโวยแก๊งมิจฉาชีพเรียกเก็บเงิน5หมื่นบาทต่อเดือน
เจ้าของธุรกิจบ่อทรายบ่อดินรายหนึ่งในจ.พัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจบ่อทรายบ่อดินต่างเดือดร้อนหนักเนื่องจากจะต้องจ่ายให้กับคนในพื้นที่บางกลุ่มสูงถึงบ่อละ 4,000 บาท อำเภอ 3,000 บาทต่อเดือนแล้วยังต้องจ่ายเงินให้กับอีกบุคคลบางกลุ่มที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง และจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (บชภ. 9) มาตั้งเก็บเป็นรายเดือนเป็นตัวเลขกว่า 10,000 - 50,000 บาท ต่อเดือนซึ่งขึ้นแต่ละขนาด
เจ้าของธุรกิจรายเดิม กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการธุรกิจบ่อดิน และบ่อทราย ได้หารือกันก่อนที่จะส่งตัวแทนไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเพื่อหาทางแก้ไขระหว่างเจ้าหน้าที่บางกลุ่มที่อ้างตัวมาจากส่วนกลาง และบางกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นมาจาก บชภ.9 โดยเจ้าของกิจการ พร้อมที่จะจ่ายให้ท้องที่เพียงอย่างเดียว และหากยังมีปัญหาก็จะหยุดกิจการ เพื่อตอบโต้และจะส่งผลกระทบต่อผู้รับเหมาก่อสร้าง ทั้งภาครัฐ และเอกชนโดยภาพรวมทันที
แหล่งข่าวจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในจ.พัทลุง กล่าวว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมก่อสร้างในภาคใต้หลายจังหวัดทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกำลังมีความต้องการหิน ดิน ทราย เช่นที่ จ.สงขลา ซึ่งมีการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างกว้างขวาง ทั้งการก่อสร้างทั้งสถานที่ราชการ บ้านเรือน บ้านจัดสรร ห้าง ร้าน และโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ที่เกิดขึ้นเกือบ 40 แท่ง เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน และต้อนรับประชาคมอาเซียนในปี 2558
แหล่งข่าวจากสมาชิกสภาที่ปรึกาษาการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) กล่าวว่า ขณะนี้ธุรกิจเหมืองหิน บ่อทราย บ่อดิน ได้ขยายตัวเติบโตขึ้นมากที่ อ.รัตภูมิ อ.เทพา จ.สงขลา และ ใน อ.ตะโหมด อ.กงหรา อ.ปากพะยูน และ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง สำหรับ อ.รัตภูมิ ทำกิจการบ่อทราย เป็นจำนวนมากถึง 24 แห่ง ส่วนที่ อ.เทพา จ.สงขลา ไม่เกิน 10 แห่ง ส่วนจ.พัทลุง ที่ดำเนินการกันมากมี อ.ตะโหมด อ.กงหรา อ.เขาชัยสน และอำเภออื่น ๆ แต่ไม่มาก ส่วนที่มากที่สุดคือ อ.ตะโหมด จำนวน 9 แห่ง ส่วนอำเภออื่น ๆ มีจำนวนไม่มาก







