posttoday
จำนำข้าวไทยป่วนผู้ส่งออก

จำนำข้าวไทยป่วนผู้ส่งออก

26 เมษายน 2556

ประเด็นการรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังคงได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นการรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทย ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังคงได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

เว็บไซต์วอลสตรีต เจอร์นัล เปิดเผยบทความตีแผ่ผลกระทบของการดำเนินโครงการดังกล่าวว่า ในปัจจุบันบรรดาผู้ส่งออกในไทยต้องดำเนินการซื้อขายข้าวเปลือกที่ไม่ใช่ข้าวไทยอย่างน้อย 3 แสนตันต่อเดือน เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนข้าวไทย ที่ในปัจจุบันมีปริมาณลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ภายหลังรัฐบาลดำเนินการรับซื้อข้าวเปลือกในราคาที่สูงกว่าตลาด

“ในระยะกลาง เราต้องเป็นผู้ค้าข้าวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เนื่องจากรัฐบาลไทยรับซื้อข้าวไทยส่วนใหญ่ไปแล้ว” รายงานอ้าง เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ ประธานบริษัท อุทัยโปรดิวส์ ผู้ส่งออกข้าวหอมมะลิรายใหญ่ และอุปนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยระบุ

ทั้งนี้ เมื่อปี 2554 บริษัท อุทัยโปรดิวส์ ส่งออกข้าวไทยราว 1.5 แสนตัน ทว่า ยอดการส่งออกปรับตัวลดลงเหลือเพียง 1.1 แสนตัน เมื่อปี 2555 โดยมีการคาดการณ์ว่าปริมาณส่งออกข้าวไทยในปีนี้จะลดลงอีกเหลือ 8 หมื่นตันเท่านั้น

สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของบริษัท ฮ่วยชวนค้าข้าว ที่ปริมาณการส่งออกข้าวไทยลดลงเหลือเพียง 1 ใน 3 จากเมื่อปี 2554 ที่ส่งออกถึง 1.5 แสนตัน และเมื่อปีที่แล้วบริษัทได้ซื้อและขายข้าวจากกัมพูชาและเวียดนามราว 5 หมื่นตัน

“แม้ว่าเราจะมีฐานลูกค้าในต่างประเทศอย่างแข็งแกร่ง แต่ปริมาณข้าวไทยที่มีน้อยส่งผลให้เราไม่มีทางเลือกอื่น จึงต้องนำเข้าข้าวจากกัมพูชาและเวียดนามเพื่อส่งออกแทน” ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮ่วยชวนค้าข้าว และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าว

วันเดียวกัน วอลสตรีต เจอร์นัล เปิดเผยบทความตีแผ่เบื้องหลังชีวิตของกลุ่มนักแสดงอุปรากรจีน หรืองิ้วในไทย ว่า มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก เนื่องจากต้องเดินทางอพยพสัมภาระต่างๆ ทั้งเครื่องเสียง อุปกรณ์การแสดง เสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัว ไปเปิดการแสดงตามวัดจีนต่างๆ ทั่วประเทศ ขณะที่ความนิยมในการชมการแสดงงิ้วลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง

“เรานอนอย่างสุนัข กินอย่างหมู แต่แต่งตัวราวนางฟ้า” รายงานอ้างหนึ่งในนักแสดงงิ้วในไทย กล่าวถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันที่อยู่ร่วมกับกลุ่มนักแสดงในคณะอีกราว 2030 คน

ทั้งนี้ ในยุคที่การแสดงงิ้วยังคงได้รับความนิยมและรุ่งเรือง บรรดาวัดจีนในท้องถิ่นต่างๆ ต้องระดมทุนเป็นเงินว่าจ้างสูงถึงคืนละ 2-3 หมื่นบาท อย่างน้อย 9 คืน ทำให้บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นนักแสดงนำมีรายได้ถึง 1.8 หมื่นบาทต่อเดือนทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าความนิยมในการชมการแสดงงิ้วสดลดน้อยลง เนื่องจากกลุ่มผู้ชมหลักที่เป็นผู้สูงอายุให้ความสนใจเดินทางมาดูด้วยตัวเองลดลง และเลือกที่จะดูการแสดงงิ้วจากแผ่นวิดีโอภายในบ้านแทน ทว่า สำหรับกลุ่มนักแสดงเหล่านี้ยังเลือกที่จะทำการแสดงต่อไป เนื่องจากมองว่าเป็นการถวายเทพอันศักดิ์สิทธิ์

“ในอนาคตอาจไม่เหลือผู้ชมมาดูเลย ซึ่งน่าผิดหวังมาก แต่ความจริงแล้วเราไม่ได้แสดงเพื่อให้ผู้ชม เพราะเราแสดงด้วยใจเพื่อถวายแด่เทพ” บุญชู แซ่ฉัว ผู้จัดการคณะการแสดงงิ้วชื่อดังในไทยวัย 53 ปี กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท