
สุเทพ เตือนนปช.อย่าใช้กำลังยึดไทยคม
“สุเทพ” ลั่นห้าม นปช.ใช้กำลังยึดไทยคม เตือน มีกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร – ตำรวจ 4 พันนายพร้อมปกป้อง
“สุเทพ” ลั่นห้าม นปช.ใช้กำลังยึดไทยคม เตือน มีกำลังเจ้าหน้าที่ ทหาร – ตำรวจ 4 พันนายพร้อมปกป้อง
13.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. กล่าวว่าหวังว่าที่สถานีลาดหลุมแก้ว ทางผู้ชุมนุมจะไม่มีการกระทำการใดๆที่รุนแรง เพราะทางเจ้าหน้าที่อาจตอบโต้ แต่จะเป็นการทำตามขั้นตอน และ หากผู้ชุมนุมยังมีความตั้งใจที่จะบุกรุก หรือ เข้าไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ก็จะใช้อุปกรณ์ที่แรงกว่านั้น เช่น แก๊สน้ำตา หรือ กระสุนยาง
ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมในการป้องกันตัวเอง และ สถานที่ไว้แล้ว จึงขอให้ทางพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ.ออกมาชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะ อีกทั้งขอร้องไปยังประชาชนในบริเวณตรงนั้นขอให้ออกจากพื้นที่ และ หากมีการบุกรุกเข้าไปเล่นงานเจ้าหน้าที่จะผิดกฎหมายตามประกาศฉุกเฉิน
นายสุเทพ กล่าวว่า ทางวินมอเตอร์ไซด์ และ อู่รถแท็กซี่ที่ยินยอมให้นำยานพาหนะไปร่วมมือกับผู้ชุมนุมที่วิ่งว่อนไปทั้ง กทม. ในทางกฎหมายสามารถออกข้อกำหนดและประกาศว่าการใช้ยานพาหนะใดๆที่ขนคนไปร่วมชุมนุมถือว่าผิดกฎหมาย ด้วยการประกาศให้จักรยานต์รับจ้างหรือแท็กซี่ จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาและจะดำเนินการต่อไปพร้อมตรวจค้นอาวุธด้วย
นายสุเทพ กล่าวว่าทางรัฐบาลจะหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดง เช่น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปช. ที่นิยมความรุนแรงเข้าไปบุกโจมตีเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องปกป้องสถานที่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่ามีเท่าไร แต่จากรับรายงานล่าสุดมีประมาณ 1-2หมื่นคน ซึ่งทางฝ่ายรัฐมีเจ้าหน้าที่มีกำลังอยู่ประมาณ 4 พันคนโดยจะรักษาสถานที่ไม่ให้มีใครบุกเข้าไปโดยเด็ดขาด แต่ก็คิดว่า นปช. มีวัตถุประสงค์แอบแฝงที่จะยั่วยุให้เกิดความรุนแรงอยู่แล้ว
“ในการขอคืนพื้นที่ราชประสงค์ และ สะพานผ่านฟ้า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ และ บัญชามาแล้วว่าจะต้องนำพื้นที่คืนมา และ จะพยายามทำโดยทำตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” นายสุเทพ ล่าวและว่า ทั้งนี้ก่อนมีการปิดสถานีพีทีวีทางรัฐบาลได้ดำเนินการตามขั้นตอน เช่น ก่อนหน้านี้ได้แจ้งไปยังผู้บริหารสถานีไทยคม ให้ตัดสัญญาณพีทีวีไม่ให้เผยแพร่ภาพและเสียงในการยุยงปลุกปั่นและบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ หรือ แม้แต่ได้สั่งการผ่านกระทรวงไอซีที ก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดต้องนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเข้าไปดำเนินการ โดยเป็นการดำเนินการตามประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน







