
เที่ยวเกาหลีโดนเลื่อน90%
เหตุคนไทยยังผวาโสมแดงขู่ทำสงครามสวนทางทัวร์ญี่ปุ่นพุ่ง31%จากเยนอ่อน
เหตุคนไทยยังผวาโสมแดงขู่ทำสงครามสวนทางทัวร์ญี่ปุ่นพุ่ง31%จากเยนอ่อน
ทัวร์โอด คนไทยยังผวาเกาหลีขู่สงคราม เดือน พ.ค. เลื่อนเดินทาง 90% แต่ญี่ปุ่นเยนอ่อนเที่ยวพุ่ง
นายบัณฑิต อภัยจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิสคัฟเวอรี่ โคเรีย เปิดเผยว่า ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมามีลูกค้าขอชะลอการเดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้จำนวนมาก เพราะยังกังวลข่าวความขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะเดือน พ.ค. มีการยกเลิกการเดินทางทั้งหมด 90% ของแผนเดินทางโดยรวม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟ) ที่เดินทางเป็นหมู่คณะ จะยกเลิกเดินทางเดือน พ.ค. หรือขอเปลี่ยนเป็นปลายปี เปลี่ยนจุดหมายเดินทาง หรือขอเลื่อนไปก่อนแบบไม่มีกำหนด
ทั้งนี้ กลุ่มใหญ่สุดที่เลื่อน คือ เดินทางเป็นหมู่คณะ 120 คน คาดว่าสถานการณ์คนไทยชะลอการท่องเที่ยวเกาหลี จะเป็นอย่างนี้ต่อเนื่อง 12 เดือน หรืออย่างรุนแรงสุดคือชะลอการท่องเที่ยวยาวถึงปลายปีนี้ แต่หลังจากนี้หากเหตุการณ์ในเกาหลีใต้ยังเป็นปกติ คนไทยก็น่าจะกลับมามั่นใจเที่ยวเช่นเดิม
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ประเมินมูลค่าไว้ แต่คงไม่มากนัก เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าได้วางมัดจำการเดินทางเอาไว้ล่วงหน้า เมื่อขอเลื่อนเดินทางไป ก็ยังคงวางเงินมัดจำเอาไว้อยู่ และจะจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดเมื่อใกล้เดินทางจริง ขณะเดียวกันลูกค้าบางส่วนที่ไม่ได้ไปเกาหลีใต้ก็ไม่ได้ยกเลิกท่องเที่ยวไปเลย แต่เปลี่ยนไปเที่ยวญี่ปุ่นแทน โดยยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้น
น.ส.กัลยาณี อัสนี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิส เซอร์วิส กรุ๊ป กล่าวว่า ช่วงนี้ยอดขายทัวร์เกาหลีเงียบเหงามาก ส่วนหนึ่งเพราะมีข่าวเกาหลีเหนือขู่จะรบเกาหลีใต้ออกมาต่อเนื่อง ทำให้คนไทยเป็นกังวล แม้ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ยังไม่กล้าไป
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลับมามียอดเพิ่มขึ้น โดยบลูมเบิร์กรายงานว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าจะขยายตัวขึ้นอีกในอนาคต เนื่องจากทิศทางค่าเงินบาทไทยเทียบเงินเยนของญี่ปุ่นแนวโน้มแข็งค่าขึ้น 14% ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ และเพิ่มขึ้นอีก 7.1% ในช่วงเดือน เม.ย. ก็ได้ส่งผลให้ราคาสินค้า และค่าครองชีพของนักท่องเที่ยวไทยที่ไปญี่ปุ่นถูกลง
ข้อมูลขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นเผยว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2556 มีชาวไทยเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นมากกว่า 3.6 หมื่นคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 31% อีกทั้งยังถือเป็นปริมาณการเพิ่มขึ้นที่สูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่ นาย ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร ประธานสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) คาดว่าในปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางญี่ปุ่นน่าจะเพิ่มขึ้น 15% เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดฮิตในสายตาของคนไทยเสมอ
นอกจากนี้ การที่ค่าเงินบาทไทยแข็งขึ้น และค่าเงินเยนอ่อนลง ก็ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้คนยิ่งอยากไปมากขึ้นกว่าเดิม เพราะรู้สึกว่าสามารถจ่ายในราคาที่ถูกลง อีกทั้งนักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่จะนิยมการชอปปิ้ง และเที่ยวชมสถานที่สวยงามต่างๆเป็นหลัก
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีใต้(เคทีโอ) ก็พยายามออกจดหมายมายังบริษัทนำเที่ยวต่างๆ ในไทย ระบุว่าสถานการณ์ในเกาหลีใต้ยังเป็นปกติ ขอให้มั่นใจว่ายังเดินทางได้ ซึ่งบริษัทนำเที่ยวก็ได้นำสารดังกล่าว ขึ้นบนหน้าเว็บไซต์และแจ้งกับทางลูกค้าแล้ว จึงช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ระดับหนึ่ง โดยเชื่อว่า สถานการณ์คนไทยไปเที่ยวเกาหลี คงจะชะลอตัวไปอีก 12 เดือน จากนั้นก็คงจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม
ส่วนช่วงนี้บริษัทก็เน้นโปรโมทแพ็กเกจทัวร์ไปญี่ปุ่นเป็นทางเลือกให้ลูกค้าไปก่อน เพราะญี่ปุ่นกำลังอยู่ในกระแสความนิยม ซึ่งลูกค้าที่มีกำลังซื้อก็ยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อไปญี่ปุ่นแทน ส่วนรายที่มีกำลังซื้อจำกัด ก็จะเลือกไปสิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งมีค่าทัวร์ใกล้เคียงกับเกาหลีใต้ ขณะที่ราคาทัวร์ไปเกาหลีระยะนี้ ได้รับผลกระทบบ้าง โดยบริษัทนำเที่ยวหลายแห่งต้องยอมลดราคาค่าทัวร์เหลือเท่าทุน หรือขาดทุน เพื่อให้มีจำนวนลูกค้ามากพอจะจัดกลุ่มเดินทางได้ และไม่ให้บริษัทต้องแบกรับภาระค่าตั๋วเครื่องบินที่ได้จ่ายค่ามัดจำ หรือจ่ายราคาตั๋วทั้งหมดไปแล้ว
น.ส.สุนันทา เอื้ออำพน กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัสโต้ เวิลด์ ทัวร์ กล่าวว่า ทัวร์เกาหลีมีแนวโน้มชะลอตัวอยู่แล้วแม้ไม่มีเหตุการณ์อะไร เพราะก่อนหน้านี้ทัวร์เกาหลีได้รับความนิยม มีคนไปมากจนลูกค้าเริ่มเบื่อและมองหาจุดหมายใหม่ๆ แต่เมื่อเกาหลีเหนือออกมาประกาศขู่เกาหลีใต้ไม่นานมานี้ ยิ่งทำให้ทัวร์เกาหลีชะลอตัวมากกว่าเดิม
แหล่งข่าวจากบริษัทนำเที่ยวระบุว่า ปกติบริษัทนำเที่ยวจะใช้กลยุทธ์การลดราคาทัวร์ในช่วงใกล้ๆ วันเดินทางในกรณีที่ขายแพ็กเกจทัวร์ไม่หมด หากเป็นทัวร์ที่เดินทางด้วยสายการบินปกติ บริษัทนำเที่ยวมีโอกาสขาดทุนน้อยกว่า เพราะเพียงแค่จ่ายมัดจำค่าตั๋วเครื่องบินเอาไว้ก่อน เพียง 3,0005,000 บาท หากไม่เดินทางก็เสียค่ามัดจำอย่างเดียว แต่กรณีใช้เที่ยวบินเช่าเหมาลำ(ชาร์เตอร์ไฟลท์) บริษัทนำเที่ยวจะต้องเหมาจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเต็มจำนวน 2030 ใบ ขึ้นอยู่กับโควต้าที่ได้รับ โดยค่าตั๋วเครื่องบินเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท เมื่อใกล้ออกเดินทางแล้วยังขายทัวร์ไม่ได้ บริษัทเหล่านี้ก็จะยอมหั่นราคาทัวร์ลงมาให้เท่ากับค่าตั๋วเครื่องบิน หรืออย่างเลวร้ายก็อาจจะหั่นค่าแพ็กเกจเหลือแค่ 1 หมื่นบาทเพื่อให้ขาดทุนน้อยลง ดีกว่าขายไม่ได้เลยแล้วต้องขาดทุนจากค่าตั๋วมากถึง 1.5 หมื่นบาท







