posttoday
กมธ.คืนชีพ"สภาผัว-เมีย"

กมธ.คืนชีพ"สภาผัว-เมีย"

24 เมษายน 2556

กมธ.แก้รัฐธรรมนูญมีมติแก้ที่มาสว.ไฟเขียวบุพการี-คู่สมรส-บุตร ลงสมัครสว.ได้ "เพื่อไทย"อ้างบ้านเดียวกันอาจมีความเห็นไม่เหมือนกันก็ได้

กมธ.แก้รัฐธรรมนูญมีมติแก้ที่มาสว.ไฟเขียวบุพการี-คู่สมรส-บุตร ลงสมัครสว.ได้ "เพื่อไทย"อ้างบ้านเดียวกันอาจมีความเห็นไม่เหมือนกันก็ได้ 

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของสว.ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ได้มีมติเสียงข้างมากให้ตัดบทบัญญัติว่าด้วยการกำหนดข้อห้ามไม่ให้บุพการี คู่สมรส หรือบุตร ของผู้ดำรงตำแหน่งสส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลงสมัครสว. จากเดิมในร่างแก้ไขที่รัฐสภารับหลักการในวาระที่ 1 ได้กำหนดข้อห้ามดังกล่าวเอาไว้ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ในกมธ.ของพรรคเพื่อไทยเห็นว่าหากคงข้อห้ามนั้นเอาไว้จะถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ์

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สส.เลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะกมธ. กล่าวว่า สาเหตุที่ตัดข้อความเกี่ยวกับข้อห้ามเรื่องสภาเครือญาติเพราะในความเป็นจริงอาจจะมีบางครอบครัวที่มีความคิดเห็นและอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกันก็ได้โดยไม่ได้มีความคิดเห็นตรงกันเสมอไป

ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่ประชุมได้คงเอาไว้ตามร่างแก้ไขเดิมแทบทั้งสิ้น อาทิ ผู้สมัครต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติโดยกำเนิดและมีอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นต้น แต่ได้มีการแก้ไขถ้อยคำในร่างแก้ไขเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครสว. โดยที่ประชุมกำหนดให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี หรือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถลงสมัครสว.ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาก่อนเป็นเวลา 5 ปีตามที่ร่างแก้ไขเดิมได้บัญญัติ

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมกมธ.ได้มอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ไปกำหนดนิยามคำว่า “ผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง” มีความหมายครอบคลุมขนาดไหนหรือเฉพาะบุคคลที่มีตำแหน่งในบริหารในพรรคการเมืองเท่านั้นที่ต้องห้ามสมัครสว.และนำมาเสนอต่อที่ประชุมต่อไป 

สำหรับการประชุมกมธ.พิจารณาร่างแก้ไขมาตรา 190 ที่มีนายกฤช อาทิตย์แก้ว สว.กำแพงเพชร เป็นประธาน ได้เชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกสภาร่างรัรฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 2550 ในฐานะประธานยกร่างมาตรา 190 มาให้ข้อมูล

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในอนาคตถ้าเราไม่เอากรอบเจรจาระหว่างประเทศเข้ารัฐสภาจะส่งผลให้คู่เจรจาสามารถมีอำนาจต่อรองและบีบเราได้ง่ายมากเพราะเขารู้อยู่แล้วเราไม่มีรัฐสภามาเป็นข้ออ้างต่างกับคู่เจรจาที่มีรัฐสภามาอ้าง และที่สำคัญหากปล่อยให้การทำหนังสือสัญญาเป็นอำนาจฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียวต่อไปจะเกิดการต่อต้านจากประชาชนเป็นจำนวนมากหากไปสร้างผลกระทบให้กับพวกเขาอย่างแน่นอน

นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าผลกระทบกับอธิปไตยของประเทศไม่ได้มีเฉพาะเรื่อเขตแดนหรือเรื่องความมั่นคงเท่านั้น จึงเห็นว่าควรครอบคลุมในเรื่องอื่นๆด้วย โดยเฉพาะการลงทุนทางเศรษฐกิจ ประกอบกับก่อนหน้าที่จะมีมาตรา 190 ภาครัฐได้ไปทำสัญญาทางเศรษฐกิจที่สร้างประโยชน์และผลเสียให้กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ซึ่งผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคไม่ได้มีโอกาสบอกรัฐบาลว่าควรจะต้องให้ความระมัดระวังในเรื่องใดบ้างหากจะต้องไปเจรจาระหว่างประเทศ จึงเป็นที่มาของการยกร่างมาตรา 190เพื่อ ให้รัฐสภาได้มีโอกาสพิจารณา ซึ่งในต่างประเทศก็จะใช้กฎหมายลักษณะนี้

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69