posttoday
ขัดธรรมาภิบาล

ขัดธรรมาภิบาล

24 เมษายน 2556

เมื่อวานนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติร่าง พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับคณะกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้น่าสนใจมาก เพราะมีการแก้ไขส่วนที่สำคัญ อันเกี่ยวเนื่องกับหลักธรรมาภิบาลในการบริหารรัฐวิสาหกิจ

เมื่อวานนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติร่าง พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับคณะกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้น่าสนใจมาก เพราะมีการแก้ไขส่วนที่สำคัญ อันเกี่ยวเนื่องกับหลักธรรมาภิบาลในการบริหารรัฐวิสาหกิจ

สาระสำคัญที่แก้ไข คือ เปิดช่องให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ มีอำนาจใช้ดุลพินิจมอบหมายให้ประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้บริหาร ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทาน ผู้ร่วมทุน หรือมีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการรัฐวิสาหกิจแห่งนั้น เป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการในรัฐวิสาหกิจได้

“กรรมการรัฐวิสาหกิจต้องไม่เป็นกรรมการ หรือผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือมีส่วนได้ส่วนเสียในนิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทาน ผู้ร่วมทุนหรือมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของรัฐวิสาหกิจนั้น เว้นแต่เป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้บริหาร โดยการมอบหมายของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจนั้น”ร่างกฎหมายระบุ

ร่างกฎหมายกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาการมีประโยชน์ได้เสียของกรรมการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ

ร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้บริหารต้องไม่เป็น หรือภายในระยะเวลา 3 ปีก่อนวันได้รับแต่งตั้ง ไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการจัดการหรือมีส่วนได้เสียในนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้รับสัมปทาน ผู้ร่วมทุนหรือมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของรัฐวิสาหกิจนั้น เว้นแต่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในนิติบุคคลดังกล่าว โดยการมอบหมายของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจนั้น

นอกจากนี้ ยังให้ผู้มีความผิดถูกจำคุกในคดีลหุโทษ และผู้ที่มีความผิดคดีอาญาและพ้นโทษแล้ว สามารถเป็นคณะกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจได้ จากเดิมไม่ได้อย่างเด็ดขาด

การที่กระทรวงการคลังเสนอเช่นนี้ เท่ากับเป็นการเปิดทางให้ผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และผู้ที่มีประวัติสีเทา สามารถเข้ามานั่งเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจได้ ซึ่งจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะจะไปเกี่ยวข้องกับหลักการกำกับกิจการที่ดีหรือธรรมาภิบาล ที่มีความพยายามนำมาใช้ในกิจการของรัฐ เพื่อสกัดปัญหาการคอร์รัปชั่นไม่ให้แพร่เข้าไปในรัฐวิสาหกิจโดยง่าย

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พยายามที่จะกำหนดหลักการทำงานผ่านพระราชบัญญัติมาตรการสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 กฎหมายฉบับนี้พยายามอุดช่องโหว่ของกฎหมายที่เปิดช่องทางให้มีการรับผลประโยชน์ทับซ้อนและทุจริตเชิงนโยบาย ซึ่งขัดต่อหลักธรรมาภิบาลที่ดี แต่กระทรวงการคลังกลับเสนอแก้ไขให้สวนทาง

ดังนั้น การเสนอแก้ไขกฎหมายให้ถอยหลังเข้าคลองนี้ จะต้องถูกจับตามองจากฝ่ายค้านและวุฒิสมาชิก และจะต้องมีการถกเถียงกันอย่างหนักว่าการแก้ไขกฎหมายเช่นนี้ รัฐบาลมีเจตนารมณ์ใดแอบแฝงเบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลจะต้องตอบให้ได้ว่า การดำเนินการนี้ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลที่ดี เปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปมีบทบาทในรัฐวิสาหกิจมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่หรือไม่ และส่งเสริมการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท