
ปลดล็อกบัญชีดํา
การประกาศรายชื่อผู้ก่อการร้ายสากล 291 รายชื่อของกระทรวงยุติธรรม แยกเป็นบุคคลธรรมดา 227 ราย และเป็นกลุ่มก่อการร้ายสากล หรือนิติบุคคล 64 ราย เป็นผลจากเงื่อนไขที่ไทยต้องปฏิบัติตาม “คณะกรรมการคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน” (Financial Action Task Force) หรือ FATF เพื่อไม่ให้ถูกขึ้นบัญชีดำ
การประกาศรายชื่อผู้ก่อการร้ายสากล 291 รายชื่อของกระทรวงยุติธรรม แยกเป็นบุคคลธรรมดา 227 ราย และเป็นกลุ่มก่อการร้ายสากล หรือนิติบุคคล 64 ราย เป็นผลจากเงื่อนไขที่ไทยต้องปฏิบัติตาม “คณะกรรมการคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน” (Financial Action Task Force) หรือ FATF เพื่อไม่ให้ถูกขึ้นบัญชีดำ
ก่อนหน้านี้ FATF ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อไทยเป็นประเทศเฝ้าระวังทางการเงินและสนับสนุนเงินแก่การก่อการร้ายร่วมกับ 15 ประเทศ อาทิ คิวบา โบลิเวีย เอธิโอเปีย กานา อินโดนีเซีย ที่มีข้อบกพร่องเชิงยุทธศาสตร์การปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งกระทบต่อสถาบันการเงินในไทยในการทำธุรกิจระหว่างประเทศ
รัฐบาลไทยจึงเร่งแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อปลดล็อกพ้นบัญชีดำ จนการประชุม FATF ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีมติว่าไทยมีความคืบหน้าในการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ตามมาตรฐานสากลแล้ว แต่กระบวนการถอดชื่อประเทศไทยออกจากแบล็กลิสต์อย่างสมบูรณ์ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ หนึ่งในนั้น คือ การออก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งไทยได้ประกาศใช้เป็นกฎหมายเมื่อต้นเดือน ก.พ. 2556 โดยมาตรา 4 กำหนดว่า
“ในกรณีที่มีมติหรือประกาศภายใต้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กําหนดรายชื่อบุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล หรือองค์กรใดเป็นผู้ที่มีการกระทําอันเป็นการก่อการร้ายให้สํานักงานเสนอรายชื่อดังกล่าวไปยัง รมว.ยุติธรรมเพื่อมีคําสั่งประกาศรายชื่อเป็นบุคคลที่ถูกกําหนดโดยไม่ชักช้า...”







