posttoday
เปิดเทอมใหม่ หัวใจว้าวุ่น ปวดขมับรายจ่ายที่มองไม่เห็น

เปิดเทอมใหม่ หัวใจว้าวุ่น ปวดขมับรายจ่ายที่มองไม่เห็น

24 เมษายน 2556

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

นับถอยหลังสู่วันเปิดภาคเรียน หรือเปิดเทอมช่วงกลางเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่พ่อแม่ผู้ปกครองเริ่มนับนิ้วลำดับรายการค่าใช้จ่ายของลูกหลานที่รอล้วงกระเป๋าผู้ปกครองมาจากทุกสารทิศ

แต่ละปีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะออกมาระบุตัวเลขงบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5 รายการย่อย ประกอบด้วย ค่าการเรียนการสอน ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ

โดยในปี 2555 มีนักเรียนตั้งแต่ก่อนประถมจนถึงมัธยมปลาย ได้รับงบดังกล่าวทั้งสิ้น 7,788,044 คน ใช้งบประมาณ 4.25 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในปีการศึกษา 2556 ซึ่งมีจำนวนนักเรียนลดลงเหลือ 7,686,871 คน ตัวเลขงบประมาณที่ตั้งในปีนี้ จึงลดลงเหลือ 4.18 หมื่นล้านบาท

รายละเอียดงบประมาณที่น่าสนใจ คือแต่ละส่วนของเงินสนับสนุนด้านต่างๆ ใน 5 รายการ ของแต่ละชั้นปีได้รับไม่เท่ากัน ระดับชั้น ม.ปลาย ได้รับสูงสุดเป็นตัวเลขกลมๆ ประมาณ 2,000 บาทต่อคน

และในปีการศึกษานี้ สพฐ.ระบุว่า ป.6 ม.1 และ ม.3 จะได้รับค่าหนังสือเพิ่มขึ้น 1 บาท ขณะที่ ม.3 จะได้รับเพิ่มขึ้น 21 บาท

ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า งบประมาณที่ลดลงดังกล่าว เป็นตัวเลขที่ได้จากการสำรวจความต้องการของผู้ปกครอง ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในแต่ละปีเพื่อไม่ให้ผู้ปกครองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายอีก

อภิเดช เดชวัฒนสกุล ผู้ปกครองนักเรียน ในฐานะสมาชิกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครอง ระบุว่า แต่ละปีเงินอุดหนุนเรียนฟรีจากรัฐบาลนั้น แบ่งเบาภาระของผู้ปกครองได้น้อยมาก บางโรงเรียนยังมีค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงในช่วงต้นเทอมอีกด้วย เช่น ได้รับรายงานมาจากเครือข่ายผู้ปกครองฯ ว่าโรงเรียนแถวย่านบางบอน เรียกเก็บค่าจัดการขยะ 300 บาท และค่าไฟอีกเดือนละ 100 บาท รวมถึงค่าใช้จ่ายที่โรงเรียนระบุว่า เป็นค่าจัดงานสัมมนา โดยทุกๆ ปีก็มักจะได้ยินเรื่องค่าใช้จ่ายในทำนองเดียวกันนี้ ทำให้ผู้ปกครองต้องเร่งเตรียมค่าใช้จ่ายเผื่อไว้ทุกครั้งที่เริ่มเปิดภาคเรียนใหม่ ซึ่งหลายคนต้องนำทรัพย์สินที่มีไปจำนำเพื่อเตรียมเงินไว้รองรับเรื่องนี้ จนมีข่าวให้เห็นทุกปี

คมเทพ ประภายนต์ ภาคีเครือข่ายผู้ปกครองเพื่อความเป็นธรรมทางการศึกษา ระบุว่า ทุกๆ ปียังได้รับรายงานว่ามีโรงเรียนหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงหรือโรงเรียนดัง ยังเรียกเก็บเงินอีกประมาณ 4,0005,000 บาท นอกเหนือจากที่ สพฐ.ระบุว่า จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือ โดยอธิบายกับผู้ปกครองว่าเป็นค่าบำรุงการศึกษา และระบุอีกว่า ลำพังงบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดสรรให้ในแต่ละปีไม่เพียงพอต่อการพัฒนาโรงเรียน เรื่องนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น เพราะทุกปี ศธ.ก็มักจะออกมาปฏิเสธ ว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่มีอยู่จริง

“ส่วนใหญ่แล้วผู้ปกครองยินดีจ่ายเงินส่วนนี้โดยไม่โวยวาย เพราะคิดว่าเป็นเงินที่โรงเรียนจะช่วยให้โรงเรียนดูแลลูกหลานดีขึ้น ผู้ปกครองบางคนอาจจะทราบดีว่า ทุกปีรัฐบาลก็ประกาศว่าต้องได้เรียนฟรี แต่ก็ยังมีการเรียกเก็บ เรื่องนี้เคยได้รับรายงานกระทั่ง ว่าเงินที่ผู้ปกครองจ่ายไปไม่ได้เข้าบัญชีโรงเรียน แต่ไปเข้าบัญชีที่เปิดไว้ในรูปแบบกองทุน ที่ผู้ปกครองเองก็ไม่มีโอกาส ตรวจสอบการเบิกจ่าย

...เงินที่เรียกเก็บตรงนี้ น่ากลัวกว่าค่าแป๊ะเจี๊ยะเสียอีก เพราะแป๊ะเจี๊ยะไม่เคยทำให้เด็กตาย แต่เงินส่วนนี้เคยตกเป็นข่าวแล้วว่า มีเด็กหญิงวัย 16 ปี ที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ผูกคอตาย เพียงเพราะอับอายที่ไม่มีเงินชำระค่าเทอมและค่าอุปกรณ์การเรียนการสอนรวม 2,900 บาท” คมเทพ กล่าว

สิ่งที่ตามมาอีก คือ ชุดเครื่องแบบนักเรียนที่หลายร้านจะขยับขึ้นราคาอีกเกือบ 20% โดยอ้างต้นทุนสูงขึ้นจากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท

บุษกร ด้วงช้าง ผู้ปกครอง กล่าวว่า รู้สึกเห็นใจผู้ผลิตชุดนักเรียนที่ต้องแบกรับภาระจากการขึ้นค่าแรง 300 บาท แต่หากปรับราคาเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ ก็จะทำให้เงินที่รัฐบาลอุดหนุนซื้อชุดนักเรียนไม่เพียงพอ โดยปีนี้บุตรชายขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้เงินอุดหนุนค่าชุดนักเรียนเพียง 450 บาทเท่านั้น แต่จริงๆ ใช้เงินซื้อชุดนักเรียนให้บุตรชายไปทั้งสิ้นกว่า 1,600 บาท รวมทั้ง 3 ชุด แต่หากรัฐบาลเพิ่มเงินอุดหนุนอีกในเทอมหน้า ก็ไม่มีปัญหาหากร้านค้าจะปรับราคาเพิ่มขึ้น ดังนั้นหากกระทรวงพาณิชย์อนุมัติให้ร้านค้าปรับขึ้นราคา ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ต้องปรับขึ้นเงินอุดหนุนด้วยตามความเหมาะสม

เปิดเทอมใหม่นี้ หัวใจเหล่าผู้ปกครองช่างว้าวุ่นจริงเชียว

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย