
แดงนัดชุมนุมใหญ่ถล่มศาลรธน.
วรชัยฟุ้งมา5หมื่นโชว์พลังลุยนิรโทษมาร์คอัดทำวุ่นวาย
วรชัยฟุ้งมา5หมื่นโชว์พลังลุยนิรโทษมาร์คอัดทำวุ่นวาย
เสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่สมุทรปราการ แสดงพลังต้านอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ 12 พ.ค.
นายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 พ.ค. กลุ่มเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตย จะจัดชุมนุมใหญ่ภายใต้หัวข้อ “ต้านอำนาจนอกระบบ ปกป้องรัฐบาล เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม” ณ บริเวณ อบต.บางปลา จ.สมุทรปราการ
ทั้งนี้ เพื่อเชิญชวนคนทุกกลุ่มให้ออกมาแสดงพลังคัดค้านอำนาจนอกระบบ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) ที่มาก้าวก่าย อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติมากเกินไป โดยงานนี้จะมีผู้ใหญ่ในฝ่ายประชาธิปไตยมาร่วมด้วยหลายท่าน คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน
วันเดียวกัน นายวรพล พรหมิกบุตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นนักวิชาการเสื้อแดง ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับองค์คณะตุลาการศาล รธน. ในความผิดฐานกระทำการหรือละเว้นกระทำการอันถือว่าเป็นการละทิ้งงาน หรือกระทำการอย่างใดๆ เพื่อให้งานหยุดชะงัก หรือเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 166
นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อไม่ยอมรับอำนาจศาล ก็ไม่จำเป็นต้องส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน ตามที่ศาลสั่งให้ชี้แจง ส่วนสาระจดหมายเปิดผนึกปฏิเสธอำนาจศาลนั้น เป็นการโต้แย้งว่าศาล รธน.ไม่มีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณา เพราะการแก้ไขกฎหมายไม่ใช่การใช้สิทธิเสรีภาพ แต่เป็นเรื่องที่รัฐสภาใช้อำนาจตาม รธน. จะอ้างมาตรา 68 ไม่ได้
นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายกฎหมายของพรรค กล่าวว่า จะดำเนินการถอดถอนเฉพาะตุลาการศาล รธน.ที่มีมติเห็นชอบให้รับคำร้องไว้พิจารณาเท่านั้น
ขณะที่นายบวร ยสินทร และสมาชิกกลุ่มแนวร่วมกอบกู้วิกฤตชาติ ได้ยื่นคำร้องต่อศาล รธน. เพื่อพิจารณาวินิจฉัยให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา สส. และ สว. 315 คน ร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไข รธน. มาตรา 190 ได้ยุติการแก้ไข เพราะส่อเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ เข้าข่ายตาม รธน. มาตรา 68 พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งยุบพรรคของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องและดำเนินคดีอาญาด้วย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การปฏิเสธอำนาจศาล รธน.ของสมาชิกรัฐสภา 315 คนนั้น เห็นว่าเป็นความพยายามที่จะดิสเครดิตศาล แทนที่จะไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
“ทั้งหมดเป็นการดิสเครดิตทำลายกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม โดยอำนาจฝ่ายบริหารร่วมมือกับอำนาจนิติบัญญัติจำนวนหนึ่ง ตรงนี้ท้ายที่สุดโครงสร้างอำนาจที่คานกันลงตัว จะเสื่อมทรุดถูกทำลาย และท้ายที่สุดจะเกิดอะไรขึ้น แต่หากประชาชนจะลุกขึ้นต่อต้านฝ่ายบริหารมันก็คงจะวุ่นวายไปหมด ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องปรามผู้สนับสนุนของตัวเองได้แล้ว ไม่อย่างนั้นแล้วก็นำพาบ้านเมืองสู่ความขัดแย้งมากขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ด้านที่ประชุมคณะกรรมาธิการแก้ไข รธน.กลุ่มมาตราที่ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ได้ข้อสรุปแนวโน้มเบื้องต้น ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าวิธีการเลือกตั้ง สว. ตาม รธน. ปี 2540 คือให้มี สว. 200 คน







