
ชาวปทุมโวยดูดส้วมแพงอาละวาด
2โจรในคราบพนักงานดูดส้วม อ้างเป็นจนท.โครงการหลอกดูดส้วมตามบ้านโหดหลังเรียกเก็บเงิน 5,000บาท หลบหนีลอยนวลกล้องวงจรปิดจับภาพได้
2โจรในคราบพนักงานดูดส้วม อ้างเป็นจนท.โครงการหลอกดูดส้วมตามบ้านโหดหลังเรียกเก็บเงิน 5,000บาท หลบหนีลอยนวลกล้องวงจรปิดจับภาพได้
ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางประภาศรี ไวยพจน์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 807/285 หมู่ 8 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 10.50 น. ของวันที่ 22 เมษายน 2556 ถูก 2 คนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากโครงการหมู่บ้านฯ นำรถดูดส้วม เข้ามาดูดส้วมหลอกเชิดเงินค่าดูดสูญไป 5,000 บาท เหตุเกิดภายในหมู่บ้านภูมรินทร์ หมู่ 8 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ขณะที่ นางสาวณัฐธิดา สุขกอ อายุ 30 ปี ลูกสาวอยู่บ้านลำพังเลี้ยงเด็กเล็ก 4 คน โดยบ้านเลขที่ 807/315 บ้านฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านที่เกิดเหตุ มีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ขณะรถดูดส้วมสีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนทั้งด้านหน้า และด้านหลัง เข้ามาในหมู่บ้าน แต่จอดรถเลยบ้านไปแล้วถอยกลับมาจอดที่หน้าบ้านอีกครั้ง และกล้องวงจรปิดอีกตัวสามารถจับภาพหน้าของ 2 คนร้ายที่เดินเข้ามาที่บ้านที่ติดกล้องวงจรปิดเพราะพยายามจี้ให้ผู้เสียหายไปยืมเงินบ้านหลังตรงข้ามมาจ่ายค่าดูดส้วมให้ ซึ่งจับภาพบุคลิกของ 2 คนร้ายเดินตามมาเอาเงินจากเพื่อนบ้าน คนร้ายอีกคนเข้ามาภายในรั้วบ้าน สวมเสื้อผ้าชุดสีดำ สวมหมวกแก๊ป รูปร่างท้วม ส่วนอีกคนยืนดูลาดเลาที่หน้าประตูรั้วบ้าน สวมเสื้อผ้าชุดดำ ใส่หมวกแก๊ป รูปร่างผอมกว่า ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นจึงรีบหนีออกไปจากหมู่บ้านฯ โดยผู้เสียหายได้นำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ได้ เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่พนักงานสอบสวนแจ้งกับผู้เสียหายว่าไม่รู้จะแจ้งข้อหาอะไร จึงให้ลงบันทึกประจำวันไว้ ผู้เสียหายต้องการให้เร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุให้ได้ เนื่องจากเกรงว่าจะไปก่อเหตุกับคนอื่นให้เดือดร้อนอีก
นางสาวณัฐธิดา ผู้เสียหายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองอยู่บ้านกับเด็ก ๆ อีก 4 คน ได้ยินเสียงคล้ายรถหกล้อขนาดใหญ่ขับผ่านหน้าบ้านไป และก็ได้ยินเสียงรถถอยหลังมาจอดที่หน้าบ้าน จากนั้นมีผู้ชายที่นั่งฝั่งซ้ายลงจากรถและแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากโครงการหมู่บ้านให้มาดำเนินการดูดส้วม ซึ่งตนเองเห็นว่าที่ห้องน้ำชั้น 3 ที่ชักโครกมีปัญหากดไม่ลง จึงคิดว่าแม่ติดต่อไปกับทางเจ้าหน้าที่ฯไว้ และได้โทรศัพท์ไปหาแม่แต่ปรากฏว่าแม่ไม่รับสาย จึงได้ถามว่าคิดราคาดูดส้วมเท่าไหร่ ซึ่งชายคนดังกล่าวก็แจ้งว่าประมาณ 500-600 บาท ดูก่อนว่าปริมาณสิ่งปฏิกูลเยอะมากมั้ย จึงได้เปิดประตูรั้วให้เข้ามาและชายคนที่เป็นคนขับรูปร่างผอมก็ลงมาจากรถและทำทีหยิบสายท่อลากเข้ามาในบ้าน ส่วนชายอีกคนรูปร่างท้วมก็ถามหาผ้าขี้ริ้วกับตนเองแจ้งว่าจะเปิดฝาท่อที่หน้าบ้าน แต่ชายคนที่ถือท่อก็ถามหาห้องน้ำภายในบ้าน แจ้งว่าจะดูดจากในห้องน้ำเลย ตนเองจึงบอกว่าอยู่ที่ชั้นล่าง เมื่อพาเข้าไปดูชายคนที่ถือสายท่อก็เข้าไปในห้องน้ำและใช้ปากท่อดูดที่ฝาโถชักโครก เมื่อตนเองเห็นก็แปลกใจว่าทำไมเปิดฝาท่อเพื่อดูด แต่ดูดที่ฝาชักโครก จึงได้ออกมานั่งที่บันไดทางขึ้นชั้นบน โดยมีชายคนร่างท้วมคอยยืนเฝ้าตนเองอยู่ และระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงพูดจากชายคนที่เข้าไปดูดส้วมบอกว่าเศษพลาสติก ถุงกระดาษเต็มไปหมด สักพักชายคนดังกล่าวก็ออกมาและแจ้งว่าเสร็จแล้ว และเรียกค่าดูดส้วมเป็นเงิน 4,910 บาท และมีค่าน้ำยาอีก 900 บาท ทั้งที่ตอนแรกตกลงไว้ว่าราคา 500 บาท จึงบอกไปว่ามีเงินแค่ 1,000 บาท เพราะตนเองก็คิดอยู่ในใจว่าค่าดูดส้วมโดยปกติไม่น่าเกิน 1,000 บาท แต่นี่เรียกค่าใช้จ่ายตั้ง 5,000 บาท เป็นราคาที่แพงเกินไป
นางสาวณัฐธิดา กล่าวต่ออีกว่า จากนั้นทั้งสองจึงพูดขู่ว่าถ้าไม่มีจ่ายก็จะพาเด็ก ๆ ขึ้นรถไปด้วย และให้ไปกดเงินให้เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นก็ให้ไปหายืมเงินใครมาให้ จังหวะนั้นชายคนผอมจึงเดินไปกดออดบ้านหลังที่ติดกัน พบว่ามียายอยู่บ้านคนเดียว ชายคนนั้นจึงให้ยืมยาย แต่ยายบอกว่ามีเงินอยู่แค่ 1,000 บาท แต่ชายคนดังกล่าวกลับบอกว่างั้นไม่เอา ให้รีบไปหายืมบ้านอื่นมาให้ ด้วยความกลัวจึงรีบโทรศัพท์หาแม่อีกครั้ง แต่แม่ก็ไม่รับสายอีก จึงรีบเดินไปยืมเงินเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เพราะติดต่อแม่ไม่ได้ ทั้งสองจึงเดินตามไปที่บ้านหลังตรงข้ามที่มีกล้องวงจรปิด แต่เมื่อไปยืมเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม แต่เพื่อนบ้านไม่มีเงินสดติดตัว จึงบอกว่าต้องออกไปกดเงิน ชายทั้งสองจึงขับรถออกไปพร้อมกับเพื่อนบ้านที่ขับรถจักรยานยนต์ตามออกไปกดเงินให้ หลังจากที่ทั้งสองออกไปแล้ว แม่ก็เพิ่งโทรศัพท์ติดต่อกลับมา จึงสอบถามกันว่าแม่ติดต่อส่งเจ้าหน้าที่มาดูดส้วมหรือไม่ ซึ่งแม่ก็บอกว่ายังไม่ได้ติดต่อใครเลย จึงรู้ว่าถูกหลอก และรีบขับรถออกไปตามหาก็พบว่าหนีหายไปแล้ว
ด้านนางประภาศรี ไวยพจน์ เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุเมื่อรู้ว่าลูกสาวถูกหลอก จึงรีบกลับมาบ้าน จากนั้นจึงพากันไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี เมื่อไปพบกับเจ้าพนักงานสอบสวนแจ้งว่าไม่รู้จะแจ้งคดีอะไร จึงให้ไปลงบันทึกประจำวันไว้กับเจ้าหน้าที่ประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น แล้วให้เดินทางกลับบ้าน โดยไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาให้ได้ เพราะเกรงว่าจะไปก่อเหตุกับคนอื่น ๆ อีก







