posttoday
สั่งเคลียร์กนง.

สั่งเคลียร์กนง.

24 เมษายน 2556

นายกฯมอบกิตติรัตน์หารือด่วนส่งสัญญาณหาวิธีสกัดบาทแข็งหอฯฟันธงหลุด27ปลดคนงานแน่

นายกฯมอบกิตติรัตน์หารือด่วนส่งสัญญาณหาวิธีสกัดบาทแข็งหอฯฟันธงหลุด27ปลดคนงานแน่

นายกฯ ห่วงบาทแข็ง สั่งขุนคลังหารือ ธปท.กนง. หอการค้าชี้หลุด 27 ปลดคนงาน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นห่วงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างมากใกล้แตะ 28.50 บาท/เหรียญสหรัฐ จึงเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำหน้าที่ของตัวเองในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่และร่วมมือกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

ขณะเดียวกันได้กำชับให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เรียกหารือเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้นายกิตติรัตน์ และรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ดูแลเศรษฐกิจไปหารือและหาทางช่วยเหลือบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงให้ประสานงานกับคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ด้วย

ส่วนจะมีการแทรกแซงค่าเงินบาทเพื่อให้อ่อนค่าหรือไม่ขึ้นกับ ธปท. ขณะที่ประเด็นเรื่องการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยหรือไม่นั้น ให้ รมว.คลัง ไปหารือกับ ธปท.ว่าจะดำเนินการอย่างไร

“ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ อย่ามองว่าต้องให้คนนี้สั่งคนนั้นสั่ง ถ้าช่วยกันทำคนละไม้คนละมือก็จะได้ประโยชน์” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

ขณะที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจผู้ประกอบการทั่วประเทศเกี่ยวกับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนว่า หากค่าเงินบาทแข็งค่าไปอยู่ที่ระดับ 2727.90 บาท/เหรียญสหรัฐ จะทำให้ผู้ประกอบการ 12.4% ต้องเริ่มปลดคนงาน และ 9.8% จะปิดกิจการ เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อสินค้าและกำไรจะปรับลดลงทั้งหมด

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า รัฐบาลควรเข้าไปดูแลความผันผวน และเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป ควรดูแลเงินบาทให้อยู่ที่ระดับ 2930 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นอัตราที่เอกชนระบุว่าเหมาะสมทำให้พอทำธุรกิจต่อไปได้

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจในการดูแลค่าเงิน โดยได้เร่งรัดให้รัฐวิสาหกิจเร่งชำระหนี้ต่างประเทศที่เป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐและอื่นๆ และสนับสนุนให้เอกชนนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า เป็นห่วงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นใกล้แตะ 28.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทำหน้าที่ของตนเองในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ และร่วมมือกันไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

โดยได้กำชับให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เรียกหารือเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ นายกฯ ปฏิเสธที่จะกล่าวถึงความขัดแย้งเกี่ยวกับแนวคิดในการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทระหว่าง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง และนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)

โพสต์ทูเดย์โต้งเหน็บ “หม่อมเต่า” เชียร์ซื้อดอลลาร์ “ยังไม่เข็ดอีกเหรอ”


นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ตนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตประธานธนาคารแห่งประเทศไทย (บอร์ดธปท.) ที่บอกให้ซื้อเงินเหรียญสหรัฐ เพราะเท่ากับการเข้าไปซื้อขายเงินสู้กับกระแสเงินไหลเข้า แต่ควรทำตามสิ่งที่กระทรวงการคลังเสนอ คือ ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เหมาะสม

“ที่บอกให้ไปซื้อดอลลาร์ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ ไปซื้อขายเงินสู้กับกระแสเงินไหลเข้า ซึ่งสิ่งที่กระทรวงการคลังเสนอนั้น ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับใครเลย แค่ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เหมาะสม พอไม่ยอมทำ ก็ไปหารือจะไปทำอันอื่น มันจะยุ่งกันใหญ่”นายกิตติรัตน์กล่าว

นายกิตติรัตน์ ระบุว่า ตนไม่ได้นิ่งนอนใจในการดูแลค่าเงิน โดยวานนี้ (23 เม.ย.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กู้เงินซื้อรถจักรดีเซลไฟฟ้า น้ำหนักกดเพลา 20 ตันต่อเพลา 20 คัน 2,344.7 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้เสนอให้กู้เงินในประเทศ จากเดิมให้กู้ในหรือต่างประเทศก็ได้ตามความเหมาะสม

พร้อมกันนั้น กระทรวงการคลังเร่งรัดให้รัฐวิสาหกิจเร่งชำระหนี้ต่างประเทศที่เป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐและอื่นๆ และสนับสนุนให้เอกชนนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมทั้งส่งเสริมเอกชนให้ลงทุนในรูปเงินบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท