
"เจ๊แดง" เสริมแกร่ง "ปู" บริหารครบเทอม
ชัยชนะของ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ “เจ๊แดง” ในศึกเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงใหม่ เขต 3 ไม่เพียงตอกย้ำความ “พ่ายแพ้” ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
ชัยชนะของ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ “เจ๊แดง” ในศึกเลือกตั้งซ่อม สส.เชียงใหม่ เขต 3 ไม่เพียงตอกย้ำความ “พ่ายแพ้” ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในสนามเรดโซนเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังเป็นจุดเริ่มต้นของความ “เพลี่ยงพล้ำ” ในยุทธศาสตร์ทางการเมืองของ ปชป.หลังจากนี้
การคืนสังเวียนของเจ๊แดง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ในฐานะเจ้าแม่พรรคเพื่อไทย กำลังกลับเข้ามาสยายปีกคุมทัพฝ่ายนิติบัญญัติของเพื่อไทยอย่างเต็มรูปแบบ หลังหลบหลังม่านคอยวางหมากมาตลอด 5 ปี ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง
ปลดโซ่คัมแบ็กครั้งนี้ เจ๊แดงจึงเตรียมขันนอต สส.พรรคเต็มที่ หลังการบริหารงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เกือบ 2 ปีที่ผ่านมา เกมรุกในสภาพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลกลับเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำให้กับ สส.ฝ่ายค้านนับครั้งไม่ถ้วน
ทั้งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติที่ ปชป.เดินหน้าล้มกระดานปลุกม็อบ สส.สร้างความโกลาหลทั้งสภา จวบจนขณะนี้ทั้ง 4 ร่างยังถูกดองค้างในวาระการประชุม จากที่เคยหวังให้เป็น “ใบเบิกทาง” นำคนแดนไกลกลับบ้าน มีอันต้องฝันสลายกลายเป็นทางตันไปโดยปริยาย
ขณะเดียวกันการเปลี่ยนกลไกอำนาจ โดยการยกเครื่องรัฐธรรมนูญปี 2550 ช่วงกลางปี 2555 ที่ผ่านมากลับถูกตัดขาโดยอำนาจตุลาการ ส่งผลให้เสียง 3 ทางทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล และวุฒิสภา แตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง เพราะต่างรู้ซึ้งในอิทธิฤทธิ์ของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยพิพากษายุบมาแล้ว 2 พรรค ดับอนาคตนักการเมืองทั้งสมาชิกบ้าน 109 และ 111
กระทั่งล่าสุดหลังพรรคเพื่อไทยถอยหลังชนฝา ไม่กล้าโหวตวาระ 3 ปัดเส้นทางประชามติจนต้องเลือกหนทางสุดท้าย “แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา” กลับต้องเจอด่านศาลมีมติ 3:2 รับคำร้องวินิจฉัยเข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 เป็นผลให้แนวร่วม สส. และ สว.ออกอาการอกสั่นขวัญผวาเสียงเริ่มแตกอีกครั้ง แต่ในที่สุดกัดฟันดันร่างผ่านไปได้
นอกจากนั้น ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนักโทษการเมืองของ 40 สส.พรรคเพื่อไทย นำโดย วรชัย เหมะ สส.กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังเป็นอีกดัชนีสะท้อนความไม่เป็นเอกภาพของเสียง สส.ภายในพรรคเอง เพราะต่างทราบดีว่า สส.พรรค 265 คน แตกกระจายเป็นหลายก๊กก๊วน ไม่ได้เห็นร่วมกับแนวคิดของ สส.สายเสื้อแดงทั้งหมด
จึงเป็นผลให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เกิดการถกเถียงในที่ประชุมพรรคหลายครั้ง โดยมติที่ประชุมยังยื้อเวลาการพิจารณาออกไป เพราะไม่สามารถตกผลึกหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ ขณะเดียวกันที่ประชุมของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ยังไม่ให้การสนับสนุนสวนทางกับ สส.สายเสื้อเเดง ที่ต้องการเร่งออกกฎหมายนิรโทษประชาชนในเรือนจำ
จนในที่สุดกว่าพรรคจะมีมติเห็นตรงกันให้เลื่อนร่างขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรก ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษต้องลากเกมยาวไปจนถึง 1 วันสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม ส่งผลให้ไม่ทันพิจารณารับหลักการในวาระแรก ทำได้เพียงเลื่อนขึ้นมาจ่อพิจารณาสมัยประชุมหน้าเท่านั้น
แน่นอนว่าสัญญาณที่ทำให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค คณะกรรมการประสานภารกิจ และที่ประชุม สส.พรรคคลอดมติในทางเดียวกันดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มาจากการได้รับอนุมัติจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงเยาวภาเองที่ สส.สายเสื้อแดงผู้ร่วมเสนอร่าง พ.ร.บ.เดินทางไปพูดคุยเพื่อขอสัญญาณลุยก่อนหน้านี้
ประเมินได้ว่าหากเจ๊แดงก้าวเข้ามาในสภาอย่างเต็มตัว แน่นอนว่ายุทธศาสตร์การผลักดันร่างกฎหมายสำคัญของเพื่อไทย ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ก่อนหน้านี้ไร้ความเป็นเอกภาพทั้งภายนอกและภายในพรรค หลังจากนี้จะมีความเป็นเอกภาพไปในทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น จากการที่เจ๊แดงเข้ามาคุมเกมอุดรอยรั่วของฝ่ายนิติบัญญัติ
ไม่เพียงเฉพาะร่างกฎหมายการเมือง แต่เป้าหมายสำคัญทางเศรษฐกิจของรัฐบาล คือ ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ผ่านการพิจารณารับหลักการในวาระแรก และกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาต่อในการเปิดสมัยประชุมสภาสามัญทั่วไปในวันที่ 1 ส.ค.นี้ จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าแม่แห่งเพื่อไทย ที่จะคุมเกมรุกรับการอภิปรายในสภา ปูพรมให้ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ผ่านพ้นการอภิปรายถล่มของฝ่ายค้านไปตลอดรอดฝั่งจนกว่าจะมีผลบังคับใช้ในที่สุด
นอนใจได้ว่าการคุมทัพฝ่ายนิติบัญญัติของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลังของอดีตแกนนำกลุ่มวังบัวบานรายนี้ ที่เปี่ยมด้วยบารมีล้นพรรค ครองโควตารัฐมนตรีหลายเก้าอี้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชน ยันเพื่อไทย และเหนือสิ่งอื่นใด คือสถานะเป็นทั้ง “น้องสาว” และ “พี่สาว” ของอดีตนายกรัฐมนตรีเเละนายกฯ หญิงคนปัจจุบัน
สถานะครอบครัวเดียวกันหมายถึงคุณสมบัติที่สามารถ “สายตรง” ทักษิณยิ่งลักษณ์ ได้ทุกเวลา เปรียบเสมือนสายตาคอยสอดส่องรายงานพฤติกรรม สส.รวมถึงรัฐมนตรีที่เข้ามาชี้เเจงในสภา และไม่เพียงคุมได้เฉพาะ สส.ภายในพรรคเท่านั้น แต่ สส.พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ล้วนประจักษ์ในบารมีของเจ๊แดงเป็นอย่างดี รวมไปถึง สส.กลุ่มมัชฌิมาที่มีสายสัมพันธ์อันแนบแน่น
ส่งซิกชัดเจนจากการร่วมมื้อเย็นอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับล่าสุด สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมายังตอกย้ำสัญญาณร่วมรัฐบาลโดยลงพื้นที่เชียงใหม่ช่วยเยาวภาหาเสียงด้วยตัวเอง
เผลอๆ อาจไม่ใช่เพียงขั้วมัชฌิมาที่เตรียมเทเสียงหนุนรัฐบาล 100% อันเนื่องมาจากสายสัมพันธ์กับเจ๊แดง เพราะเสียงจากพรรคภูมิใจไทยอาจมีแนวโน้มเทใจเช่นกัน เพราะทราบดีว่าเจ๊เเดงมีอิทธิพลสูงต่อแนวโน้มการคว้าโปรเจกต์ใหญ่ของรัฐบาลนั้น หากเสียง สส.ขั้วภูมิใจไทยเทให้รัฐบาลมากขึ้น แน่นอนว่าย่อมส่งผลดีต่อ “ซิโนไทย” ของเสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ล่าสุดเพิ่งคว้าโครงการสร้างรัฐสภาแห่งใหม่มูลค่านับหมื่นล้านบาท
การรุกคืบเข้ามาคุมเกมฝ่าย “นิติบัญญัติ” ของเยาวภา จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเป็นเอกภาพให้กับพรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงพรรคภูมิใจไทย เพื่อเสริมแกร่งการทำงานของฝ่าย “บริหาร” ของรัฐบาลภายใต้การนำของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ราบรื่น ไร้มรสุม รอบริหารเงินกู้อยู่รอดครบเทอม
ปัญหาอะไรก็ตาม ต่อจากนี้เมื่อนายกฯ หญิงโยนเผือกร้อนให้เป็นเรื่องของสภา จึงเย็นใจได้ว่ามี “พี่สาวมือฉมัง” เตรียมการรับมือไว้เรียบร้อยเเล้ว







