
ขอศาลสั่งระงับโครงการน้ำ
อดีตพท.ยื่นยูเอ็นสอบทีโออาร์เอื้อทุจริตกบอ.ท้าดีเบตยันโปร่งใสทุกขั้นตอน
อดีตพท.ยื่นยูเอ็นสอบทีโออาร์เอื้อทุจริตกบอ.ท้าดีเบตยันโปร่งใสทุกขั้นตอน
อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ยื่นสอบโครงการน้ำ เปิดช่องทุจริตหลายขั้นตอน
นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการระบายน้ำ รวมทั้งอดีตกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ที่สำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรื่องโครงการ บริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ เพื่อขอให้ตรวจสอบคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เรื่องการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำ โดยทีโออาร์ในโครงการดังกล่าว อาจนำมาซึ่งการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ชอบด้วยอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต พ.ศ. 2546 ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคีและได้ให้สัตยาบันไว้ในอนุสัญญาดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2554
นายอุเทน กล่าวว่า การยื่นหนังสือต่อยูเอ็น เพราะพบความไม่โปร่งใสและส่อคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะการออกทีโออาร์ในโครงการนี้ เช่น การเร่งรีบผลักดันโครงการบริหารจัดการน้ำ ทำให้ไม่สามารถศึกษาข้อมูลและผลกระทบได้อย่างรอบ คอบ เห็นได้จากความไม่ชัดเจนของทีโออาร์ในการจัดหาและปฏิบัติ อาจเป็นผลทำให้การคัดเลือกผู้รับจ้างไม่โปร่งใส นอกจากนั้นการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้
ขณะเดียวกัน การดำเนินโครงการนี้ไม่มีออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญคือไม่มีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน โดยจากนี้จะไปยื่นหนังสือที่ศาลปกครองเพื่อขอให้คุ้มครองก่อนการประมูลจะมีขึ้นในวันที่ 3 พ.ค.นี้
นายอภิชาต อนุกูลอำไพ ประธานอนุกรรมการวิชาการและวิเคราะห์โครงการ กบอ. กล่าวว่า สนับสนุนการตรวจสอบการทุจริตในโครงการออกแบบแก้ปัญหาอุทกภัยของประเทศ มูลค่า 3 แสนล้านบาท แต่ควรจะเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ไม่ควรดึงองค์กรต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง และทาง กบอ. พร้อมเปิดเวทีสาธารณะชี้แจงถึงความโปร่งใสของโครงการทุกขั้นตอน เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการทั้งกรอบงบประมาณ การคัดเลือก 6 กลุ่มบริษัท หรือการร่างทีโออาร์ต่างๆ มีความโปร่งใส
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนของประชาธิปัตย์จะติดตามความคืบหน้าขั้นตอนการคัดเลือกบริษัทที่จะเข้ามาดำเนินโครงการ เพราะพบว่ามีการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบไม่ใช่ระเบียบวิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีปกติ ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการล็อกสเปก หากพบว่ามีความไม่ถูกต้องก็จะยื่นเรื่องตามช่องทาง เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ







