
เงินสดพร้อมปล่อยกู้โรงติ๊ง กทม.ยังปึ้ก แม้ราคาทองร่วง
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ราคาทองที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อโรงรับจำนำ เพราะประชาชนที่เอาทองไปจำนำไว้ตอนราคาสูงๆ มีแนวโน้ม “ปล่อยหลุด” ไม่ไปไถ่ถอนคืน
หากเป็นเช่นนี้โรงรับจำนำจะต้องแบกรับภาระขาดทุน เกิดปัญหาสภาพคล่อง เงินสำรองไม่พอ
ข้อมูลจากสำนักงานธนานุเคราะห์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุว่า ปัจจุบันสถานธนานุเคราะห์ขาดทุนทางบัญชีแล้วประมาณ 10% และต้องแก้ปัญหาด้วยการลดสัดส่วนการรับจำนำทองเหลือเพียง 70% จากเดิมช่วงต้นปีเคยรับจำนำที่ 85%
คำถามที่ตามมา คือ สถานการณ์เช่นนี้จะกระทบต่อสภาพคล่องของโรงรับจำนำ จนส่งผลต่อผู้ใช้บริการรายใหม่หรือไม่ โดยเฉพาะช่วงใกล้เปิดเทอมเดือน พ.ค. ที่ผู้ปกครองมีภาระต้องจ่ายค่าเล่าบุตรหลาน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโรงรับจำนำ 21 แห่งใน กทม. ยังคงยืนยันสถานะทางการเงินว่าพร้อมให้บริการ
ชัชวาลย์ ศรีนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร (โรงรับจำนำ กทม.) ยืนยันว่า สถานะทางการเงินยังดี เม็ดเงินในระบบมีเพียงพอต่อการให้บริการ และถึงแม้ว่าช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. จะมีผู้ใช้บริการมากกว่าปกติถึง 20% ประกอบกับราคาทองปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีผลกระทบต่อสภาพคล่อง
ทั้งนี้ อัตราการรับจำนำทองตามระเบียบโรงรับจำนำ กทม. กำหนดว่าทองมูลค่า 100 บาท จะรับที่ 87 บาท อย่างไรก็ตาม ได้ให้อำนาจแก่ผู้จัดการสาขาสามารถปรับราคาได้ตามดุลพินิจ โดยอ้างอิงจากราคาทองประจำวัน
“บางครั้งอาจรับที่ 80 บาท หรืออาจจะรับลึกถึง 75 บาท ขึ้นลงตามสถานการณ์ ส่วนภาพรวมขณะนี้ราคาทองลดลงแล้วประมาณ 20%” ชัชวาลย์ กล่าว
ชัชวาลย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ราคาทองเริ่มปรับตัวลงก็มีการเก็บสถิติเพื่อวิเคราะห์ ล่าสุดพบว่ามีผู้ใช้บริการถือตั๋วจำนำอยู่ 1 แสนราย ขณะที่ทรัพย์สินทั้งหมดมีประมาณ 1 แสนรายการเช่นกัน สะท้อนว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นรายย่อย พฤติกรรมจำนำทองก็เพียงคนละ 1 เส้น และน้อยมากที่จะปล่อยให้หลุดจำนำ
“จนถึงขณะนี้ราคาทองที่ลดลงยังไม่มีนัยสำคัญกับการปล่อยให้ทรัพย์สินหลุด มีหลุดเพียง 12% ของยอดรับจำนำเท่านั้น” ผู้อำนวยการรายนี้ ระบุ
เขาบอกว่า ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเพียง 0.25% ต่อเดือน ในกรณีเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท หรือ 1% ต่อเดือน กรณีเงินต้น 5,0011.5 หมื่นบาท ทำให้มีผู้มาใช้บริการมากขึ้น
“ราคาทองลดลงทำให้เราขาดทุนกำไรเท่านั้น ไม่เข้าเนื้อ นั่นเพราะดอกเบี้ยที่ถูกมาก ทำให้มีผู้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น กำไรก็โตขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป” ชัชวาลย์ กล่าว
ข้อเท็จจริงข้างต้นสำทับจากข้อมูลเชิงสถิติ โดยปี 2552 สำนักงานมีทรัพย์สินรวม 2,000 ล้านบาท มีผู้ใช้บริการเดือนละ 3 หมื่นราย วงเงินเดือนละ 500 ล้านบาท เป็นกำไรทั้งสิ้นปีละ 200 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ภายหลังปรับดอกเบี้ยลงตามนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กระทั่งข้อมูลล่าสุดปี 2555 พบว่าสำนักงานมีทรัพย์สินรวม 3,000 ล้านบาท มีผู้ใช้บริการเพิ่มเป็น 5 หมื่นรายต่อเดือน วงเงินจำนำเดือนละ 900 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิต่อปีอยู่ที่ 325 ล้านบาท
“มั่นใจได้ว่าเรายังมีเงินในระบบพอให้บริการ และในงบประมาณปี 2557 เราได้ขอสนับสนุนเพิ่มอีก 500 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาเพิ่มอีก 6 แห่ง” เขาระบุ
สำหรับโรงรับจำนำ กทม. ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 20 สาขา เปิดบริการวันจันทร์ศุกร์ เวลา 08.0016.00 น. ไม่หยุดพักกลางวัน







