
การเมืองคุมรสก.เบ็ดเสร็จ
คลังเสนอร่างพรบ.คุณสมบัติพนักงานมีผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นบอร์ดได้
คลังเสนอร่างพรบ.คุณสมบัติพนักงานมีผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นบอร์ดได้
ชง ครม.วันนี้ยกอำนาจให้ รมว.คลัง แถมให้ผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกิจการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจได้
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (23 เม.ย.) กระทรวงการคลังจะเสนอร่าง พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...ให้ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบ พร้อมทั้งจัดทำกฎหมายลำดับรองที่จำเป็นเพื่อใช้ควบคู่กับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ เปิดช่องให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (รสก.) มีอำนาจใช้ดุลพินิจมอบหมายให้ประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้บริหาร ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทาน ผู้ร่วมทุน หรือมีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการรัฐวิสาหกิจแห่งนั้น เป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการในรัฐวิสาหกิจได้
“กรรมการรัฐวิสาหกิจต้องไม่เป็นกรรมการ หรือผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือมีส่วนได้ส่วนเสียในนิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทาน ผู้ร่วมทุนหรือมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของรัฐวิสาหกิจนั้น เว้นแต่เป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้บริหาร โดยการมอบหมายของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจนั้น”ร่างกฎหมายระบุ
อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายกำหนดให้ รมว.คลัง มีอำนาจออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาการมีประโยชน์ได้เสียของกรรมการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ
ร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้บริหารต้องไม่เป็น หรือภายในระยะเวลา 3 ปีก่อนวันได้รับแต่งตั้ง ไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการจัดการหรือมีส่วนได้เสียในนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้รับสัมปทาน ผู้ร่วมทุนหรือมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของรัฐวิสาหกิจนั้น เว้นแต่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในนิติบุคคลดังกล่าวโดยการมอบหมายของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจนั้น
แหล่งข่าวระบุว่า ร่างกฎหมายทั้งนี้ ยังกำหนดให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจอาจใช้ดุลพินิจในการรับผู้มีลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับการต้องโทษจำคุกตามมาตรา 9 (5) เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจได้ และยกเว้นดำเนินกระบวนการสรรหาผู้บริหาร และแต่งตั้งกรรมการที่มาจากบุคคลในบัญชีรายชื่อ สำหรับรัฐวิสาหกิจที่มีเหตุผลจำเป็นพิเศษที่ รมว.คลัง ประกาศกำหนดโดยให้การได้มาและการจ้างผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รมว.ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ ม.9 (5) แห่งพ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2550 ระบุว่า ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ไม่ว่าจะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษหรือพ้นโทษหรือพ้นระยะเวลาการรอการลงโทษ หรือรอการกำหนดโทษ เป็นต้น
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยกเว้นการดำเนินกระบวนการสรรหาผู้บริหาร และแต่งตั้งกรรมการที่มาจากบุคคลในบัญชีรายชื่อ สำหรับรัฐวิสาหกิจที่มีเหตุผลจำเป็นพิเศษที่รมว.คลังประกาศกำหนดโดยให้การได้มาและการจ้างผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รมว.ประกาศกำหนด







