posttoday
ชี้ชะตาคำตัดสิน"ไม่รับตีความ-บริหารพื้นที่ร่วม"

ชี้ชะตาคำตัดสิน"ไม่รับตีความ-บริหารพื้นที่ร่วม"

22 เมษายน 2556

2นักวิชาการวิเคราะห์แนวทางคำตัดสินศาลโลก ชี้แนวทางเป็นไปได้ทั้ง "ไม่รับตีความ-บริหารพื้นที่ร่วม"

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ควันหลงหลังคดีปราสาทพระวิหารยังคลุ้งไปด้วยกระแสปลาบปลื้มทีมทนายสู้คดี แต่ราว 6 เดือนหลังจากนี้ชาวไทยต้องลุ้นระทึกต่อ เพราะศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก จะมีคำพิพากษาอธิปไตยเหนือพื้นที่ทับซ้อนรอบปราสาท

ปณิธาน วัฒนายากร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเมินว่า คำพิพากษาของศาลโลกจะออกมา 3 แนวทาง คือ 1.ศาลไม่รับตีความคำร้องของกัมพูชาเพราะไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจศาล เนื่องจากศาลได้ปฏิเสธอย่างชัดแจ้งที่จะตัดสินเส้นเขตแดนตามแผนที่ภาคผนวก 1 หรือแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ไปแล้วตั้งแต่ปี 1962

2.ศาลรับตีความซ้ำในแผนที่ภาคผนวก 1 ซึ่งจะส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มเสียดินแดน 3.ศาลจะตัดสินให้ไทยและกัมพูชาบริหารพื้นที่ร่วมกัน โดยอาจไม่ตัดสินชี้ชัดในเขตแดนและแผนที่ แต่จะเปิดให้สองประเทศได้พัฒนาพื้นที่จากการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยออกคำสั่งไม่ให้กัมพูชาอ้างอธิปไตยเหนือพื้นที่ ขณะเดียวกันไทยก็ไม่สามารถปิดเส้นทางในพื้นที่ดังกล่าวได้

ปณิธาน คาดการณ์ว่า ยังมีความเป็นไปได้น้อยในแนวทางแรกที่ศาลจะไม่รับตีความเพราะหากพิจารณาคดีช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าศาลตีความขยายอำนาจศาลกว้างมากขึ้น อย่างกรณีพิพาทระหว่างสหรัฐอเมริกาและนิคารากัวเมื่อปี 1984 โดยสหรัฐยืนยันหลักการห้ามแทรกแซงกิจการภายในประเทศ แต่ปรากฏว่าศาลมีคำพิพากษารับตีความ

ทั้งนี้ เชื่อว่าคำพิพากษาอาจเป็นไปในแนวทางที่ 3 มากที่สุด คือ ให้ทั้งสองชาติบริหารพื้นที่ร่วมกัน โดยใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา โดยแนวทางนี้ความได้เปรียบที่จะเกิดขึ้นต่อไทยขึ้นอยู่กับว่าไทยได้ตอบโต้กัมพูชาในทางการเมืองต่อศาลได้มีประสิทธิภาพเพียงใด เพราะทางกัมพูชาสร้างภาพให้ตัวเองเป็นชาติที่ถูกรุกรานทางทหารจากฝ่ายไทยต่อศาลอย่างเข้มข้น และการแถลงด้วยวาจาที่ผ่านมาไทยเองไม่ได้หักล้างประเด็นนี้อย่างชัดแจ้ง

ด้าน วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ ยกข้อมูลอีกด้านที่น่าสนใจเช่นกันว่า ตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา คดีในประเภทที่ขอให้ศาลโลก “ตีความ” คำพิพากษา พบว่าศาลไม่รับตีความเป็นอัตราส่วนถึง 75%

วีรพัฒน์ ย้ำว่า แต่ละคดีต่างมีบริบทและเหตุผลในการขอตีความที่แตกต่างกัน ไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกับคดีปราสาทพระวิหารได้ เพราะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล เพียงแต่สถิติดังกล่าวทำให้เห็นภาพรวมและแนวโน้มความเป็นไปได้ของการนำคดีเดิมให้ศาลโลกตีความเท่านั้น

ทั้งนี้ ต้องไม่ลืมว่าในปี 1962 ที่กัมพูชาขอให้ศาลตัดสิน 5 ประเด็น คือ เขตแดน แผนที่ ตัวปราสาท |การถอนกำลังทหาร และการคืนวัตถุโบราณนั้น ศาลได้วินิจฉัยเพียง 3 ใน 5 โดยไม่ตัดสินเรื่องแผนที่และเขตแดน เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจ จึงเชื่อว่าเป็นไปได้ยากหากศาลจะพิพากษารับตีความคำพิพากษาเดิม

ชี้ชะตาคำตัดสิน"ไม่รับตีความ-บริหารพื้นที่ร่วม"

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท