
ชาวสวนไล่จี้รัฐบาลแก้ราคายางตก
ชาวสวนยางนัดเคลื่อนขบวนใหญ่หลังเม.ย.จี้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาตกต่ำและปุ๋ยปลอม
ชาวสวนยางนัดเคลื่อนขบวนใหญ่หลังเม.ย.จี้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาตกต่ำและปุ๋ยปลอม
นายเพิก เลิศวังศ์พง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสยท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมใหญ่ ชสยท. ทั่วประเทศ ครั้งที่ 14 /2556 เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556 ได้มีวาระคัดเลือกประธาน ขสยท. และมีมติเป็นเอกฉันท์ตัดเลือกให้ตนดำรงตำแหน่งประธาน ชสยท.อีกวาระหนึ่ง พร้อมกับคณะกรรมการบริหาร จำนวน 15 คน เป็นสมัยที่ 2 โดยดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี
ทั้งนี้ ชสยท.จะทำงานทันที โดยภายในสิ้นเดือนเมษายน 2556 ทาง ชสยท. และชาวสวนยางทั่วประเทศ จะมีการเคลื่อนไหวพร้อมกันครั้งใหญ่ ภายหลังจากที่ปล่อยให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาราคายางมานาน แต่ปรากฎว่าประสบความล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิง เบื้องต้นจะเอาปุ๋ยที่ทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ที่ยังเหลืออยู่ จากจำนวน 60,000 ตัน / ปี มาเทตามท้องถนนทั่วไป เพราะเป็นปุ๋ยไร้คุณภาพ เข้าข่ายประเภทปุ๋ยปลอม มาแจกแจงและแสดงภาพให้ประชาชนให้เข้าใจ
อีกทั้งเป็นระยะเกือบ 2 ปีมาแล้ว ที่ราคายางต่ำ และต่ำถึงที่สุดมาขณะนี้ ราคากว่า 60 บาทเศษ และไม่กี่วันข้างหน้า จะได้เห็นราคายางตกลงมาถึง 40 บาท / กก.ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในระยะกว่า 10 ปีนี้ แต่ในขณะที่สินค้าทุกตัวราคาขยับสูงขึ้นไปจนไม่มีวันลงแต่อย่างใด
“ราคายางตก จะต้องไม่โทษตลาดโลก หากรัฐบาลมีความสามารถ หากไม่มีมีความสามารถก็อย่ามาเป็นรัฐมนตรี และจะต้องเจอกับม็อบชาวสวนยาง โดยเฉพาะประชาชนทางภาคอีสาน เขาอดกลั่นจนถึงจุดที่สุดแล้ว”
นายเพิก ยังกล่าวอีกว่า นอกจากราคายางจะตกหนักที่สุดแล้ว รัฐบาลยังประสบความล้มเหลวเรื่องยางในโครงการต่าง ๆ เช่น เรื่องปุ๋ยปลอม โครงการปลูกยาง 800,000 ไร่ ตลอดจนโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง จนส่งผลกระทบไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะวงการเพาะพันธุ์ต้นกล้ายาง ล้มระเนระนาดไปแล้วเป็นจำนวนมาก.
“ขณะนี้ยางรัฐบาลยังคงเหลืออยู่ประมาณ 200,000 ตัน ในสต๊อก ที่ยังไม่สามารถกระจายออกได้ ในขณะที่ไม่สามารถกระจายออกได้ จนรัฐบาลจะต้องเสียค่าบริหารจัดการ ค่าประกันภัย ค่าเสื่อราคา ค่าเช่าโกดัง เป็นต้น ส่วน เอ็มโอยู จำนวน 400,000 ตัน ใครก็ทำกันได้ อันนี้วงการยาง และประชาชนเขารู้กันแล้ว แล้วว่าทำไมราคายางจึงขยับลง และลงทุกวัน เพราะเขารู้”.







