
วีรชัยนำทีมทนายสู้คดีพระวิหารถึงไทย
วีรชัยนำทีมทนายความสู้คดีเขาพระวิหารเดินทางถึงสุรรณภูมิขอบคุณทุกกำลังใจ คนไทยแห่ต้อนรับปลื้มอลินา
วีรชัยนำทีมทนายความสู้คดีเขาพระวิหารเดินทางถึงสุรรณภูมิขอบคุณทุกกำลังใจ คนไทยแห่ต้อนรับปลื้มอลินา
คณะทำงานต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาหของไทย นำโดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้เดินทางกลับจากกรุงเฮกมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 07.00 น. ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 921 ภายหลังเสร็นสิ้นการชี้แจงด้วยวาจา “Oral Hearing” ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศไทย หรือศาลโลก
ทั้งนี้ นายวีรชัย กล่าวว่า ได้ทำงานอย่างเต็มในฐานะเป็นหัวหน้าทีมต่อสู้คดีดังกล่าว และไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดขณะนี้ เพราะไม่ต้องการก้าวล่วงอำนาจของศาลโลก โดยเฉพาะกรณีที่กัมพูชาใช้แผนที่ภาคผนวก 1 ในการสู้คดี แต่ไทยได้ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว และต้องขอขอบคุณคนไทยที่คอยส่งกำลังใจไปให้นั้น ส่วนทีมทนายชาวต่างชาติจะทยอยเดินทางมาถึงประเทศไทย ภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยพร้อมเพรียง ก่อนจะมีการแถลงข่าวหลังจากนั้น
อย่างไรก็ตาม จะมีการนัดประชุมเพื่อย้ำยุทธศาสตร์ให้กับทนายชาวต่างชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์นี้ ส่วนเรื่องการจัดเตรียมเอกสารแสดงพิกัดบริเวณพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อยื่นต่อศาลโลกในวันที่ 26 เม.ย.นั้น ได้จัดเตรียมมาแล้วบางส่วน
เมื่อถามว่า น.ส.อลินา มิรอง ทนายความชาวโรมาเนีย ของไทย ทราบหรือไม่ว่ากลายเป็นขวัญใจของคนไทย นายวีรชัย กล่าวว่า คาดว่าคงทราบ ส่วนความกังวลว่าจากนี้จะเกิดความไม่สงบในพื้นที่ตามแนวชายแดน นายวีรชัย กล่าวว่าเท่าที่ทราบไม่มีอะไร บรรยากาศเรียบร้อยและสงบดี
เมื่อถามว่า หลังขึ้นศาลได้มีการทบทวนข้อมูลกับทีมทนายอย่างไร นายวีรชัยตอบว่า ได้มีการหารือทบทวนกันแล้ว โดยได้รายงานไปยังนายกฯแล้วในเบื้องต้น
ขณะที่ นายสุรพงษ์ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนชาวไทยทั้งประเทศที่ได้ส่งกำลังใจไปเชียร์คณะทำงานต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งนายวีรชัยและทนายชาวต่างชาติได้ต่อสู้อย่างเต็มที่ และจากนี้ไปต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ผลที่ออกมาจะเป็นแนวทางใดได้บ้าง ทั้งนี้ กรมแผนที่ทหารได้จัดเตรียมข้อมูลและแผนที่ให้ไว้ยื่นต่อศาลอย่างครบถ้วนแล้ว และในวันที่ 22 เม.ย. นายวีรชัยจะนำทีมทนายต่างชาติ เข้าพบนายกฯเพื่อสรุปการต่อสู้คดีของไทย เมื่อวันที่ 15-19 เม.ย.ที่ศาลโลก ให้รับทราบ
ส่วนการลงนามคำสั่งการเปลี่ยนตัวนายวีรชัยออกจากคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC นั้น นายสุรพงษ์ กล่าว เรื่องนี้มีทูตท่านหนึ่งได้ดำเนินการแทนแล้ว เพื่อให้นายวีรชัยได้ใช้เวลาในการทำเอกสารขึ้นแถลงต่อศาลอย่างเต็มที่ ส่วนการเปลี่ยนแปลงหน้าที่การทำงานเหล่านี้ เป็นแนวทางการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ (21เม.ย.) นายวีรชัยได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าทำงานได้ดี ซึ่งส่วนตัวก็ให้เกียรตินายวีรชียทำงาน และตัดสินใจเรื่องนี้อย่างเต็มที่
ส่วนบางคนที่ระบุว่ารัฐบาลนี้คอยดึงไม่ให้สู้เต็มที่นั้น ยืนยันว่ารัฐบาลสู้อย่างเต็มที่ ส่วนการปฎิเสธไม่เปลี่ยนทีมทนายความ เพื่อโยนความผิดให้กับรัฐบาลชุดที่แล้ว ก็ไม่เป็นความจริง ซึ่งเห็นว่าทีมกฎหมายชุดนี้เป็นทีมที่ดีที่สุดและทำงานมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ กล่าวยอมรับว่า ได้มีการพูดคุยกับนายฮอร์นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศกัมพูชา ก่อนแถลงด้วยวาจากับศาลโลก โดยยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ยังเหมือนเดิม ไม่ว่าผลการตัดสินคดีจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะทั้ง 2 ประเทศมีการค้าชายแดนร่วมกัน ที่มีผลต่อเศรษฐกิจ ซึ่งไทย-กัมพูชาจะมีการประชุมเรื่องเขตพิเศษทางด้านเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ ฉะนั้นจึงไม่น่าเป็นห่วงเรื่องปัญหาตาใแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
สำหรับบรรยากาศบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ห้องรับรองพิเศษ ได้มีประชาชนจำนวนหนึ่งมารอให้การต้อนรับทีมดำเนินการทางกฎหมายของไทย โดยได้ถือป้ายที่มีข้อความว่า “ต้อนรับคนดี ทูตวีรชัยฮีโร่ของพวกเรา” และ “อลินา มิรอง คุณเป็นฮีโร่ของพวกเรา เรารักคุณ” นอกจากนี้ ยังมีการนำไอแพดซึ่งภายในหน้าจอมีรูปภาพนายวีรชัยและน.ส.อลินา พร้อมข้อความว่า “เรารักคุณจุ๊บๆ” และภายหลังนายวีรชัยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเสร็จสิ้น ประชาชนก็ได้มอบช่อดอกไม้ให้กับนายวีรชัยด้วย







