
วีอานบู...หญิงผู้ให้ความสบาย
หลายสัปดาห์ก่อน เชกา ได้กล่าวถึงชีวิตของหญิงหลายชาติ หลายภาษา
หลายสัปดาห์ก่อน เชกา ได้กล่าวถึงชีวิตของหญิงหลายชาติ หลายภาษา หลายวัย กลุ่มหนึ่งซึ่งตกอยู่ในนรกบนดินเป็นเวลานานหลายปี และถูกโลกลืมเลือนความจริงที่น่าเจ็บปวดนี้ไป จนกระทั่งได้รับการเปิดเผยเมื่อราว 21 ปีที่ผ่านมา...หญิงเหล่านั้นมีจำนวนที่ยังไม่สามารถสรุปได้ แต่นักประวัติศาสตร์หลายท่านคาดว่าอาจจะมีสูงถึง 4 แสนคน พวกเธอถูกเรียกในภาษาเกาหลีว่า “วีอานบู–” หรือ “หญิงผู้ให้ความสบาย” ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า “Comfort Woman”
ประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่สามารถเรียนรู้ความผิดพลาดจากมัน เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก สิ่งที่ผ่านไปแล้วแม้ไม่อาจคืนกลับมาและเรื่องราวของหญิงเหล่านี้ก็เหมือนกับถูกกลบฝังไว้นานถึง 47 ปี แต่เมื่อถึงเวลาที่ได้รับการเปิดเผย ผู้สูญเสียไปแล้วย่อมต้องการการชดเชย หรืออย่างน้อยก็คำขอโทษ...
จุดเริ่มต้นของ “หญิงผู้ให้ความสบาย” ในกองทัพญี่ปุ่น เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 80 ปีก่อน (พ.ศ. 2475) หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ระเบิดรางรถไฟของตนเองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนและเปิดฉากสงครามกับจีน ปรากฏว่า นายโอคามูระ ยาสุจิ หัวหน้ากองกำลังเสริมในเซี่ยงไฮ้ ได้ตั้ง “สถานีสบายComfort Station” ของกองทัพเรือญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นเมื่อกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นบุกประชิดเข้าตีเมืองนานกิงได้ในปี พ.ศ. 2480 ก็เกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่เข่นฆ่าชาวจีนล้มตายไปหลายแสนคน หญิงสาวทั่วเมืองถูกฉุดคร่าข่มขืนมากมายจนกระทั่งเหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า “การข่มขืนของนานกิงThe Rape of Nanjing” หลังจากนั้นกองทัพญี่ปุ่นก็ได้เร่งสร้าง “สถานีสบาย” ขึ้นมาในหัวเมืองต่างๆ ทั่วจีน นัยว่ากองทัพมิอาจห้ามความกระหายของทหารได้ จึงต้องจัดสนองให้เพื่อที่จะลดปัญหาการฉุดคร่าข่มขืนหญิงในท้องถิ่นอย่างไร้มนุษยธรรมลง ทั้งนี้เพื่อลดความตึงเครียดระหว่างกองทัพกับประชาชนในท้องถิ่นและรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก หญิงสาวชาวจีนจึงเป็นหญิงต่างชาติชาติแรกที่ต้องถูกบังคับให้เป็น “หญิงผู้ให้ความสบาย” ที่มาปลดปล่อยความต้องการทางเพศให้แก่กองทัพของจักรวรรดิญี่ปุ่นที่บุกเข้าไปอยู่ในจีนประมาณ 1 ล้านคน!
ผู้ชายถึง 1 ล้านคน... แน่นอนว่าจำนวนหญิงสาวที่มีอาชีพขายบริการอยู่แล้วมีไม่เพียงพอต่อการสนองความต้องการ แม้จะมีหญิงสาวชาวญี่ปุ่นบางส่วนที่ตามกองทัพมาหรือถูกล่อลวงมาด้วยก็ตาม ดังนั้นจึงเป็นความโชคร้ายของหญิงที่อยู่ในดินแดนที่ญี่ปุ่นยกพลเข้ายึดครองและที่กองทัพญี่ปุ่นยาตราไปถึง ไล่มาตั้งแต่ตอนเหนือของจีนแมนจูเรีย จรดคาบสมุทรเกาหลี ลงเรือมาทางใต้จนถึงมาเลเซีย มะละกา และชายแดนไทยพม่าในเส้นทางรถไฟสายมรณะ หญิงสาวชาวจีน เกาหลี ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวชาวดัตช์ชาติตะวันตก ที่พำนักอาศัยอยู่ในอินโดนีเซียแต่หนีไม่ทัน ก็ยังถูกจับ บังคับเอาตัวมาสังเวย
ชีวิตของหญิงที่น่าสงสารเหล่านี้เหมือนตกอยู่ในนรกทุกนาที... 21 ปีก่อน ได้เริ่มมีการรวบรวมหลักฐานทางบุคคลที่มีชีวิตหลงเหลือหลังสงครามมหาเอเชียบูรพาที่จบสิ้นไปแล้ว จึงทำให้นรกของพวกเธอถูกเปิดเผยต่อโลก ผู้รอดชีวิตที่อยู่ในมาเลเซีย เกาหลี จีน ฟิลิปปินส์ ล้วนเป็นหญิงชราในวัยเกิน 70 ปีขึ้นไป ต้องทนทุกข์ทรมานนอนสะดุ้งฝันร้ายอยู่ตลอดเวลาเกือบห้าสิบปีหลังสงครามสงบลง และได้ให้ลูกหลานเขียนจดหมายเล่าเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวต่อเพศแม่ จนทำให้ประวัติศาสตร์ต้องถูกรื้อออกมาเรียกร้องหาความเป็นธรรม หลายคนเล่าว่า พวกเธอถูกฉุดคร่ามาจากบ้านตนเอง จากท้องถนน บางคนถูกลวงว่าจะพาไปทำงาน บางคนต้องแลกตัวเองเพื่อให้ลูกๆ มีชีวิตรอด บางคนถูกนำมาใช้แรงงานสร้างทางรถไฟพร้อมสามี แต่สามีถูกคร่าชีวิตและเธอต้องถูกส่งไปอยู่ใน “สถานีความสบาย” ซึ่งสบายสำหรับทหาร แต่ไม่ใช่สำหรับพวกเธอ
หลายคนเล่าว่า เธอต้องถูกข่มขืนถึงวันละ 30-40 ครั้ง บางคนบอกว่า ไม่มีโอกาสจะสวมเสื้อผ้าเลย เธอเพียงแต่นอนอยู่ตรงนั้น เมื่อเหล่าทหารที่บางคนก็ตบตีทารุณเธอได้ “สบายตัว” กลับไปแล้ว คนอื่นๆ ที่รอคิวอยู่ก็เดินเข้ามาต่อเนื่อง
สุขภาพทั้งกายและจิตของหญิงผู้ให้ความสบายส่วนใหญ่จึงทรุดโทรมและไม่อาจมีชีวิตรอดจากโรคร้ายและการทรมานได้ หลายคนตั้งครรภ์โดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ และให้กำเนิดลูกที่กลายเป็นปัญหา หลังจากที่ทัพญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่สองและถอนทัพกลับญี่ปุ่น หญิงเหล่านี้ต้องหาทางกลับบ้านเอง หลายคนกลับมาเผชิญกับการรุมประณามจากคนในหมู่บ้านที่รังเกียจว่าพวกเธอกลายเป็นหญิงบริการทางเพศของกองทัพญี่ปุ่นจนญาติต้องพาย้ายถิ่นฐานที่อยู่ บางส่วนก็ถูกทิ้งไว้ในดินแดนที่ไม่ใช่บ้านเกิดของตนเอง...
นอกจากสงครามในอดีตและการตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่นแล้ว เรื่องราวของ “วีอานบู หรือหญิงผู้ให้ความสบาย” นี่เอง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเกาหลีรุ่นอาวุโสถูกกระตุ้นเตือนให้ยังคงรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจญี่ปุ่นอยู่จนปัจจุบัน...







