
ปชป.ชมทีมทนายไทย-แขวะรัฐสวมรอย
ปชป.ชื่นชมทีมทนายไทยหักล้างข้อมูลเขมร ซัดรัฐบาลสวมรอยเป็นผลงาน แนะเตรียมแนวทางรับมือคำพิพากษา
ปชป.ชื่นชมทีมทนายไทยหักล้างข้อมูลเขมร ซัดรัฐบาลสวมรอยเป็นผลงาน แนะเตรียมแนวทางรับมือคำพิพากษา
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขอชื่นชมการทำงานของทีมทนายไทยที่ให้การทางวาจาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีตีความคำพิพากษาคดีปราสาทเขาพระวิหารโดยไทยสามารถหักล้างการกล่าวหาและกล่าวอ้างของกัมพูชามาตั้งแต่ปี 2505 และเชื่อว่าศาลโลกน่าจะมีคำพิพากษาในช่วงปลายปีนี้
นายชวนนท์กล่าวว่า อยากให้คนไทยทั้ปงระเทศใช้โอกาสนี้ในการศึกษา ทำความเข้าใจกับประเด็นปราสาทพระวิหารที่ทีมทนายนำมากล่าวและใช้เป็นอาวุธในการตอบโต้กับกัมพูชา โดยข้อมูลใหม่ที่นางอลินา มิรอง และทีมทนายความนำมาเปิดเผยนั้นจะเป็นประโยชน์มากในการแก้ไขประวัติศาสตร์และความเพลี่ยงพล้ำในอดีต
อย่างไรก็ตามในส่วนของรัฐบาลนั้นจะไม่กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการสนับสนุนคณะทำงาน แต่สิ่งที่อยากตั้งข้อสังเกตคือ ก่อนหน้าที่จะมีการแถลงทางวาจา คนของรัฐบาลอย่างนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ พยายามจะพูดว่า หากเกิดความเสียหาย ไทยแพ้คดี พรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นคนแต่งตั้งทีมทนาย
ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ และพร้อมที่จะรับผิดชอบความเสียหายของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน แต่สิ่งที่เห็นคือความกลับกลอกของรัฐบาล เมื่อเห็นว่าทีมทนายความทำงานดี ก็สวมรอยเอาเป็นผลงานทันที ซึ่งเรื่องนี้คนทั้งประเทศทราบดีว่า เป็นผลงานของนายวีรชัย พลาศรัยหัวหน้าทีมต่อสู้คดีและทีมทนาย ส่วนคนของรัฐบาล 3 คนที่เป็นรัฐมนตรีที่ไปนั่งในศาล คนคงทราบดีว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร
นายชวนนท์กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องรัฐบาลมีความพร้อมในการที่จะประเมินว่าประเทศไทยจะรับมือกับคำพิพากษาต่างๆ อย่างไร จะปฏิบัติตามมากน้อยแค่ไหน และกัมพูชาจะมีท่าทีอย่างไร สิ่งที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร จะเป็นอย่างไร จะประคองสถานการณ์การเจรจาเรื่องปราสาทพระวิหารให้เดินหน้าต่อไป
นอกจากนี้ในส่วนของนายวีรชัย เมื่อทำงานเป็นที่น่าชื่นชม ก็อยากเสนอให้รัฐบาลแต่งตั้งให้นายวีรชัย กลับเข้าไปเป็นกรรมการในคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนไทยกัมพูชา (JBC) ด้วย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลได้ปลด นายวีรชัย ออกจากการเป็นกรรมในคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว







