
ไทยเตรียมข้อมูลหักล้างเขมร3ประเด็น
ทีมต่อสู้คดีฝ่ายไทยมั่นใจข้อมูลหักล้าง 3 ประเด็นเขมรแจงศาลโลกรอบ 2 คาดศาลมีคำพิพากษาภายใน 6 เดือน
ทีมต่อสู้คดีฝ่ายไทยมั่นใจข้อมูลหักล้าง 3 ประเด็นเขมรแจงศาลโลกรอบ 2 คาดศาลมีคำพิพากษาภายใน 6 เดือน
เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายมนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงต่างประเทศ แถลงสรุปการให้การทางวาจาเป็นครั้งสุดท้ายของทางกัมพูชาว่า กัมพูชายังคงเน้นย้ำใน 3 ประเด็น คือ 1.ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) มีอำนาจตีความคำพิพากษาในปี 2505 2.กัมพูชาไม่เคยยอมรับรั้วลวดหนามที่ไทยจัดทำขึ้นเมื่อปี 2505 และ 3.กัมพูชาพยายามยืนยันสถานะและความสำคัญของแผนที่ภาคผนวก 1 หรือแผนที่ 1:200,000
ทั้งนี้หลังการให้การของกัมพูชาเสร็จสิ้นลง ยืนยันว่าทางคณะต่อสู้คดีของฝ่ายไทยยังมีความมั่นใจและความพร้อมในการชี้แจงข้อมูลหลักฐานที่จะนำเสนอต่อศาลในวันนี้ โดยวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายที่ศาลจะนั่งฟังคำชี้แจง จึงอยากให้ประชาชนไทยให้กำลังใจทีมต่อสู้คดีของไทยตั้งแต่เวลา 20.00-24.00 น.ตามเวลาไทย
นายไกรรวี ศิริกุล รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีที่ศาลกำหนดให้คู่ความทั้งสองฝ่ายอ้างอิงแผนที่ซึ่งเป็นเรื่องปริมณฑลและอาณาบริเวณรอบปราสาทที่ไทยต้องถอนทหารออกจากบริเวณปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 โดยขอให้ทั้งสองฝ่ายยื่นต่อศาลภายในวันที่ 26 เม.ย.นั้น ไม่สามารถยืนยันได้ว่ากระบวนอ้างอิงแผนที่จะส่งผลให้การพิจารณาคดียืดเยื้อหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าศาลจะมีคำพิพากษาหลังจากเสร็จสิ้นการแถลงด้วยวาจาแล้วเสร็จ 5-6 เดือน โดยลักษณะของคำพิพากษาจะแบ่งออกเป็นคำพิพากษากลางที่เป็นมติขององค์คณะ 17 ท่าน และหากท่านใดมีความเห็นแตกแยกจะจัดทำข้อสังเกตของแต่ละบุคคลออกมา
ทั้งนี้นายกรวี ยืนยันว่า หลังจากการแถลงด้วยวาจาเสร็จสิ้นการยื่นเอกสารหรือหลักฐานใหม่จะไม่สามารถกระทำได้ เพราะต้องเป็นหลักฐานหรือเอกสารเดิมตามที่แถลงต่อศาลแล้วเท่านั้น
นายกรวี กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ คณะรัฐมนตรีไทยรวมถึงหัวหน้าคณะต่อสู้ของไทยพร้อมด้วยทนายความจะเดินทางกลับมายังประเทศไทย และจะเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ด้วยโดยจะมีการแจ้งเวลาเพื่อให้ทราบเป็นทางการอีกครั้ง







