
เข้าใจทอง
ช่วงนี้กระแสทองคำกำลังฮอตฮิต ต้องมาทำความเข้าใจกันหน่อยว่าอะไรบ้างที่ส่งผลต่อราคาทองคำกัน
ช่วงนี้กระแสทองคำกำลังฮอตฮิต ต้องมาทำความเข้าใจกันหน่อยว่าอะไรบ้างที่ส่งผลต่อราคาทองคำกัน
ในภาวะปกติ ราคาทองคำนั้นถือเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยมากกว่าการลงทุนในตลาดอื่นๆ ตามปกติ เมื่อเศรษฐกิจโลกไม่สู้ดีนัก ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น เพราะนักลงทุนจะหันไปหาตลาดที่ปลอดภัยกว่าคือทองคำ
และอีกปัจจัยที่สำคัญมากต่อราคาทองคำก็คือระดับเงินเฟ้อ โดยเฉพาะระดับเงินเฟ้อในสหรัฐ เพราะการซื้อขายทองคำใช้เงินสกุลดอลลาร์ของสหรัฐเป็นหลัก ซึ่งถ้าหากระดับเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งสูงขึ้น ก็มักจะทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงตามไปด้วย เพราะนักลงทุนไม่มั่นใจในค่าเงินดอลลาร์สหรัฐก็จะหันมาซบตลาดทองคำกัน
นั่นคือในภาวะปกติ แต่ในขณะนี้ต้องบอกว่าสภาวะแวดล้อมของเศรษฐกิจโลกนั้นไม่ปกติจริงๆ
ย้อนกลับไปตั้งแต่ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ราว 1,900 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เมื่อเดือน ก.ย. 2011 นับแต่นั้นราคาทองคำก็อยู่ในทิศทางขาลงเรื่อยๆ ครับ นั่นเป็นเพราะว่าสภาพเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มดูดีขึ้น ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ก็เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ และที่สำคัญก็คือ ระดับเงินเฟ้อในสหรัฐยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้นักลงทุนเริ่มกล้าที่จะหันไปลงทุนในตลาดอื่นๆ แม้มีความเสี่ยงมากกว่า ทำให้ตลาดทองคำถูกทิ้งไป
และมาลงหนักที่สุดก็เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ต่อเนื่องมายังวันจันทร์ที่ผ่านมา สองวันรวมกันลงไปถึง 204 เหรียญต่อออนซ์นั้น ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยเหล่านี้
ด้านหนึ่งคือ เศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มดีขึ้น ทำให้ราคาทองอ่อนตัวลงอย่างที่กล่าวไปแล้ว ด้านที่สองคือ ความวิตกกังวลว่าธนาคารกลางในประเทศต่างๆ ในยุโรปจะงัดทองออกมาขายใช้หนี้กัน หลังจากมีข่าวว่าไซปรัสกำลังคิดทำเช่นนั้น
ด้านที่สามคือ เศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกที่ขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมาย จีนถือเป็นประเทศที่ซื้อทองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมื่อเศรษฐกิจจีนไม่ดี เท่ากับคนจีนมีกำลังซื้อทองน้อยลง ทำให้ราคาทองอ่อนตัวลงตามไปด้วย และด้านที่สี่ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่ทั้งหลายเริ่มทิ้งทองคำไปก่อนหน้านั้นเป็นระยะๆ มาแล้ว
นี่แหละครับ คือ “เพอร์เฟกต์สตอร์ม” ที่กำลังพัดกระหน่ำทองคำจากทุกทิศทุกทาง ทำให้วันเดียวทองคำลงไปถึง 140 เหรียญเมื่อวันจันทร์ดังที่เห็น
ส่วนในอนาคต หากถามว่าทองคำจะลงไปอีก หรือดีดขึ้นมาใหม่ ก็ต้องกลับไปพิจารณาปัจจัยต่างๆ ข้างต้น
แต่อย่างหนึ่งที่ต้องไม่ลืมกันก็คือ ทองคำที่บอกว่าเป็นตลาดที่ปลอดภัยนั้น อาจจะไม่ปลอดภัยจริงอีกต่อไป เพราะเป็นแหล่งเก็งกำไรของเหล่ากองทุนขนาดใหญ่และเฮดจ์ฟันด์ไปแล้วด้วยครับ







