
ไทยไม่ตระหนกศาลโลกขอพิกัดรอบปราสาท
คำขอของนายอับดุลคาวิ อะห์เม็ด ยูซูฟ ผู้พิพากษาศาลโลกชาวโซมาเลีย ให้คู่ความระหว่างไทยและกัมพูชากำหนดพิกัดปริมณฑลปราสาทพระวิหาร ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตในหลายมุมมอง
คำขอของนายอับดุลคาวิ อะห์เม็ด ยูซูฟ ผู้พิพากษาศาลโลกชาวโซมาเลีย ให้คู่ความระหว่างไทยและกัมพูชากำหนดพิกัดปริมณฑลปราสาทพระวิหาร ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตในหลายมุมมอง
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในงานเลี้ยงของศาลโลก ได้สอบถามผู้พิพากษาศาลโลกชาวโซมาเลีย ว่าคำถามที่ยกขึ้นมาถามให้ไทยและกัมพูชาอธิบายเรื่อง “บริเวณใกล้เคียง” หรือ Vicinity เป็นคำถามส่วนตัวหรือคำถามขององค์คณะผู้พิพากษาศาลทั้งหมด
“ท่านบอกว่าเป็นคำถามส่วนตัว เพราะท่านอยากทราบเหตุผลให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น หลังจากที่ไทยและกัมพูชาได้เขียนคำอธิบายไปยังศาลแล้วก็จะมีการแจกให้ผู้พิพากษาทุกท่านได้ทราบไปพร้อมๆ กัน” สุรพงษ์ กล่าว
วีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า คำขอของผู้พิพากษาศาลโลกชาวโซมาเลียเป็นคำถามส่วนตัวของผู้พิพากษาต้องการให้แสดงพิกัด
“ไม่น่าเป็นเรื่องตื่นตระหนก แต่เป็นเรื่องธรรมดา และถือว่าท่านให้โอกาสเราเขียน” วีรชัย กล่าว
วีรชัย กล่าวว่า เป็นแนวโน้มใหม่เพราะการที่ผู้พิพากษาตั้งคำถามมานั้นก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เราได้ชี้แจงเพิ่มเติม
วีรชัย กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตศาลโลกจะเข้ากำหนดพิกัดพื้นที่พิพาทหรือไม่ว่า ไม่น่าใช่ แต่เป็นกรณีที่ผู้พิพากษาคนหนึ่งขอทราบข้อมูลถือเป็นหนึ่งเสียงที่ถามขึ้นมาเท่านั้นไม่ใช่องค์คณะ
อย่างไรก็ตาม เรื่องแผนที่ 1:200,000 กับแผนที่ 85D นั้น ตนเองเชื่อว่าศาลใช้ทั้งสองฉบับนี้ ซึ่งมีการใช้แผนที่ 85D เพื่อชี้ว่ามีพื้นที่พิพาทหรือไม่ ซึ่งเราชี้ให้ศาลโลกเห็น
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม สั่งการให้ พล.ท.นพดล โชติศิริ เจ้ากรมแผนที่ทหาร กำหนดพื้นที่รายละเอียดพื้นที่ใกล้เคียงตัวปราสาทพระวิหาร ตามที่องค์คณะผู้พิพากษาศาลโลกขอให้กัมพูชาและไทยดำเนินการ เพื่อส่งให้ศาลภายในวันที่ 26 เม.ย.
ขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้มากที่พื้นที่ใกล้เคียงตัวปราสาทที่ฝ่ายไทยจะเสนอให้เป็นพื้นที่ที่ต้องปรับกำลังออกตามคำสั่งศาล จะมีขนาดเท่ากับพื้นที่ซึ่งถูกกำหนดไว้โดยมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 10 ก.ค. 2505 โดยมีระยะห่าง 100 เมตร ทางตะวันตกของตัวปราสาท และทางตอนเหนือ 20 เมตร โดยขนาดพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 150 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทหารไทยถอนกำลังออก หลังศาลมีคำสั่งให้ปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตอธิปไตยของกัมพูชา และต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่ใกล้เคียงตัวปราสาท
สมชาย แสวงการ สว.สรรหา ซึ่งเดินทางไปสังเกตการณ์ที่ศาลโลกคดีเขาพระวิหาร ระบุว่า คำแถลงฝ่ายไทยในคดีปราสาทพระวิหารทำได้ดีมาก ส่วนตัวมีข้อสังเกตที่น่ากังวลใจว่าศาลกำลังจะใช้อำนาจกำหนดแนวทางพื้นที่ขึ้นใหม่ ไม่ใช่ตามที่ไทยเคยกั้นแนวรั้วเดิมเมื่อปี 2505 เพราะศาลทราบดีอยู่แล้วว่าแต่ละฝ่ายต้องยืนยันแนวของตัวเองแน่ ถ้าศาลมีธงตรงนี้ เราอาจต้องเสียใจเหมือน 51 ปีที่แล้วอีกครั้ง ขอไทยทุกคนช่วยกันภาวนา อย่าให้เป็นตามที่นี้







