posttoday
นับถอยหลังระเบิดเวลาสารพัดลูก!

นับถอยหลังระเบิดเวลาสารพัดลูก!

19 เมษายน 2556

สุดท้ายรัฐบาลเพื่อไทยก็พาตัวเองมาจุดสุ่มเสี่ยงท่ามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยกับระเบิด

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

สุดท้ายรัฐบาลเพื่อไทยก็พาตัวเองมาจุดสุ่มเสี่ยงท่ามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยกับระเบิด และกำลังเริ่มต้นนับถอยหลังสู่วันระเบิดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในช่วงเปิดสมัยประชุมสภาในเดือน ส.ค.นี้

ที่สำคัญ “ระเบิด” ที่กำลังก่อตัวรอวันปะทุเร็วๆ นี้ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลเพื่อไทยเป็นผู้จุดชนวนด้วยตัวเองเอาไว้ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องยอมรับแรงสั่นสะเทือนที่จะเกิดขึ้นตามมา และกำลังสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล

เริ่มตั้งแต่การ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ที่เวลานี้กำลังเริ่มต้นลุยไปอีกรอบด้วยทางเดินใหม่แก้ไขเป็นรายมาตรา หลังจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เปิดทางให้ตั้ง ส.ส.ร. มาร่างแก้ไขใหม่ทั้งฉบับต้องเจอ “ทางตัน” เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ สมควรที่จะทำประชามติรับฟังเสียงจากประชาชนที่เคยมีมติเห็นชอบรับรองร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ไปแล้ว

ทว่าทางออกด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ที่ สส. และ สว.ได้ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขนั้น กำลังจะกลับไปชนตอที่ศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง

เพราะแม้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะให้ความเห็นชอบทั้ง 3 ร่างไปแล้ว และกำลังเดินหน้าลุยพิจารณาต่อในชั้นกรรมาธิการ แต่ก็ยังติดเงื่อนไขที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 3 ต่อ 2 รับคำร้องที่ สมชาย แสวงการ ยื่นเรื่องให้พิจารณาว่าการแก้ไขมาตรา 68 และ 237 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขั้นตอนในช่วงเวลานี้คือการให้ผู้ถูกร้องทำหนังสือชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สไกป์มากำชับ สส. รมต.เพื่อไทย เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่ง ไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา เตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่คาดว่าจะออกมาในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้จึงยิ่งจะทำให้สถานการณ์ความรุนแรงก่อตัวขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทางพรรคเพื่อไทยและทาง สว.บางส่วนออกแถลงจุดยืนในอำนาจรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 และเห็นว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องดังกล่าวเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

ถัดมาที่ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลื่อนขึ้นมาจ่อคิวรอพิจารณาวาระแรกในช่วงเปิดสมัยประชุมสามัญทั่วไปเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งกำลังจะเป็นชนวนที่ปลุกความรุนแรงขึ้นในสังคม

เมื่อประเด็น “นิรโทษกรรม” ถือเป็นชนวนสำคัญที่สร้างเสียงต่อต้านคัดค้านให้กับหลายฝ่าย เมื่อเห็นว่าเบื้องหลังความพยายามทั้งหมดจะไปสู่เป้าหมายล้างผิดให้คนแดนไกลเพื่อปูทางกลับบ้าน ซึ่งมีสัญญาณความรีบเร่งปิดเกมอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่กลุ่มคัดค้านเรื่องออกมาดักคอ ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์หรือกลุ่ม 40 สว. ที่เตือนถึงความรุนแรงที่จะตามมา รวมทั้งเชื่อว่า สว.เกินกว่าครึ่งจะไม่รับร่างดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อาจไปเจอทางตันในชั้นวุฒิสภา

การเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะปลุกความขัดแย้งทั้งในและนอกสภาให้คุกรุ่นขึ้นมาอีกรอบเหมือนที่เคยเกิดมาแล้ว จนทำให้กฎหมายล้างผิดในชื่อ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง 4 ฉบับ ต้องค้างเติ่งอยู่ในสภา ไม่กล้าปิดเกมด้วยการลงมติวาระ 3

ต่อเนื่องด้วยปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่รัฐบาลกำลังเปิดเกมรุกอย่างหนัก หวังบรรเทาเหตุการณ์ความรุนแรงที่ปะทุหนักขึ้นมาอีกรอบในช่วงที่ผ่านมา แต่ทว่าสถานการณ์ดูจะยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินหน้ากระบวนการเจรจาสันติภาพที่มุ่งหวังจะให้เป็น “กุญแจดอกแรก” ไปสู่สันติภาพ แต่ทว่าหลังจากที่การไปลงนามกับกลุ่มตัวแทนบีอาร์เอ็นที่ประเทศมาเลเซีย นอกจากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นแล้วยังมีแนวโน้มจะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ และยังขยับเป้าความรุนแรงไปเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งฝั่งการเมืองและข้าราชการ

นั่นทำให้ต้องจับตาไปจนถึงช่วงการเจรจารอบที่ 3 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ว่าจะทำให้สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ปะทุขึ้นมาอีกรอบหรือไม่

ปิดท้ายกันด้วยข้อพิพาทพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลโลก และจะไปตัดสินกันในช่วงปลายปีที่จะทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดมีมากยิ่งขึ้น เพราะคำวินิจฉัยของศาลโลกย่อมส่งผลต่อพื้นที่และอธิปไตยของไทย

ปัจจัยรุมเร้าต่างๆ เหล่านี้จึงถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลเพื่อไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท