
ล็อกทีวีให้กลาโหม-ตำรวจ
กสท.ออกสเปกเอื้อให้ได้ช่องสาธารณะแฉหน่วยงานรัฐกินรวบแล้ว6ช่อง
กสท.ออกสเปกเอื้อให้ได้ช่องสาธารณะแฉหน่วยงานรัฐกินรวบแล้ว6ช่อง
แฉกสท.ออกเกณฑ์ล็อกสเปกทีวีสาธารณะให้กลาโหม-ตำรวจ ชี้หน่วยงานรัฐฮุบเกือบหมด
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เห็นชอบออกเกณฑ์ใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ช่องสาธารณะ ประเภทสอง เพื่อความมั่นคงของรัฐ จำนวน 1 ช่อง โดยให้ผู้ขอใบอนุญาตต้องมีสถานะเป็นกระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน แต่รัฐวิสาหกิจไม่สามารถขอใบอนุญาตได้ โดยผู้ขอรับใบอนุญาตต้องใช้คลื่นเพื่อพิทักษ์รักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน และรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการ กสท. แสดงความไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว เพราะจะทำให้กระทรวงกลาโหมได้ทำช่องดังกล่าวทันที โดยช่องสาธารณะประเภทสองนั้นมี 2 ช่อง คาดว่าอีก 1 ช่องที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ จะออกเกณฑ์ให้ตำรวจได้เข้ามาทำช่อง
ทั้งนี้ การออกเกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้ช่องสาธารณะตกอยู่กับหน่วยงานของรัฐถึง 6 ช่องจากทั้งหมด 12 ช่อง โดยก่อนหน้านี้ได้ให้ใบอนุญาตช่อง 5 ช่อง 11 และไทยพีบีเอส รวม 4 ช่อง และยังออกเกณฑ์ให้ทหารและตำรวจได้ช่องสาธารณะอีก 2 ช่อง นอกจากนี้ช่องสาธารณะ ประเภทที่ 3 จำนวน 3 ช่อง คาดว่าจะมีหน่วยงานรัฐเข้ามาขอใบอนุญาตเช่นกัน ทำให้ช่องสาธารณะเหลือเพียง 3 ช่องเท่านั้น คือ ประเภทที่ 1 ที่ยังไม่รู้ว่า กสท. จะออกเกณฑ์อย่างไร
“อยากเสนอให้ กสท. ออกเกณฑ์กำหนดคุณสมบัติคัดเลือก (บิวตี้ คอนเทสต์) ช่องสาธารณะพร้อมกันทั้งหมด เพื่อให้มีเกณฑ์คัดเลือกอย่างเหมาะสม การออกเกณฑ์ให้ใบอนุญาตทีละประเภทถือว่าไม่ถูกต้อง โดยจะมีการยื่นหลักเกณฑ์บิวตี้ คอนเทสต์ ต่อคณะกรรมการ กสท. และจัดเสวนาวิชาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมเห็นความสำคัญของช่องสาธารณะ”
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธาน กสท. ระบุว่า ได้ให้อนุกรรมการประสานงานการบริหารคลื่นฯ จัดทำเกณฑ์การให้ใบอนุญาตช่องสาธารณะประเภทที่ 2 ที่เหลืออีก 1 ช่อง คือเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ รวมทั้งเสนอหลักเกณฑ์การให้ช่องสาธารณะประเภทที่ 2 หารายได้จากการโฆษณาที่เหมาะสม เพียงพอต่อการประกอบการ ไม่เน้นการแสวงหากำไร โดยให้พิจารณาจากช่องไทยพีบีเอส
ส่วนช่องสาธารณะประเภทที่ 1 และประเภทที่ 3 ไม่จำเป็นต้องออกหลักเกณฑ์เพิ่ม เพราะคำนิยามแต่ละช่องชัดเจนแล้ว รวมทั้งจะทำร่างประกาศเพื่อรับฟังความคิดเห็นด้วย คาดว่าจะเริ่มออกเกณฑ์และให้ใบอนุญาตได้ในเดือน มิ.ย.นี้







