
อังคารทมิฬ
กลายเป็นวันอังคารทมิฬไปในทันที หลังจากเกิดเหตุระเบิดงานการวิ่งแข่งมาราธอนรายการที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่เมืองบอสตัน แมสซาชูเซตส์ ในสหรัฐ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 3 คน บาดเจ็บกว่า 141 คน ขาขาด แขนขาดกันอีกมาก เป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนความมั่นคงในสหรัฐครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. เมื่อ 11 ปีก่อนทีเดียว
กลายเป็นวันอังคารทมิฬไปในทันที หลังจากเกิดเหตุระเบิดงานการวิ่งแข่งมาราธอนรายการที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่เมืองบอสตัน แมสซาชูเซตส์ ในสหรัฐ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 3 คน บาดเจ็บกว่า 141 คน ขาขาด แขนขาดกันอีกมาก เป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนความมั่นคงในสหรัฐครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. เมื่อ 11 ปีก่อนทีเดียว
เท่านั้นยังไม่พอ แรงระเบิดยังสั่นสะเทือนไปยังตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลงไปเกือบ 2% ทีเดียว
ราคาทองคำ ราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ยังพร้อมใจกันปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดนราคาทองลงไปรวดเดียววันเดียวกว่า 140 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ราคาน้ำมันลงไปกว่า 2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ไม่เรียกว่าวันอังคารทมิฬก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดี
แน่นอนว่าเหตุระเบิดในบอสตัน อาจจะทำให้โลกกลับเข้าสู่ยุคแห่งความหวาดผวากับการก่อการร้ายอีกครั้ง ถ้าสหรัฐยังหาตัวคนร้ายไม่เจอ และถ้าหากพบกลายเป็นว่า เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ นั่นก็จะยิ่งหนักหนาสาหัสมากขึ้น เพราะสหรัฐจะต้องออกมาตรการป้องกันภัยที่เข้มงวดมากขึ้น น่าจะส่งผลกระทบต่อโลกไม่น้อยครับ
ส่วนในด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยหลักที่ทำให้หุ้นสหรัฐร่วงลงรุนแรงนั้น ส่วนหนึ่งนอกเหนือจากจะมาจากเหตุระเบิดที่บอสตัน ก็มาจากตัวเลขการเติบโตของจีดีพีจีนในไตรมาสแรกที่ต่ำกว่าคาดหมายอยู่ที่ 7.7% เท่านั้น
ขณะที่ราคาทองคำปรับลดลงไป 140.3 เหรียญสหรัฐในวันเดียว เป็นการปรับลดในวันเดียวที่มากที่สุดในรอบ 30 ปี ลงไปอยู่ที่ 1,361.10 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ว่ากันว่ามาจากหลายปัจจัยครับ
ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ การลงทุนในทองคำเริ่มหมดเสน่ห์ เพราะว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเริ่มไม่น่าเป็นห่วง วิกฤตในสหรัฐและยุโรปเริ่มผ่อนคลายลง อีกทั้งระดับเงินเฟ้อทั่วโลกก็ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ทำให้นักลงทุนพากันไปลงทุนในตลาดพันธบัตรกันมากขึ้น
ยิ่งสหรัฐและญี่ปุ่นออกนโยบายกระตุ้นซื้อคืนพันธบัตรกันเดือนละนับแสนล้านเหรียญสหรัฐ ก็ยิ่งทำให้ตลาดพันธบัตรคึกคักมากขึ้นครับ นั่นคือเหตุผลหลักที่ทำให้นักลงทุนพากันทิ้งตลาดทองคำในช่วงนี้
จนนักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองกันว่า ราคาทองคำหมดยุคกระทิงไปแล้วด้วย
ก็ต้องลองตามไปลุ้นกันว่านักลงทุนกำลังกระโดดไปไหน ในปีนี้ตลาดพันธบัตรน่าจะร้อนแรงต่อเนื่องครับ
และที่น่าจับตาก็คือ ตลาดสินค้าเกษตรที่เริ่มร้อนแรงมาเรื่อยๆ และอาจจะมาแทนที่ตลาดทองคำในยุคที่ราคาอาหารไม่ค่อยจะมีเสถียรภาพเท่าใดนัก







