posttoday
อีกมุมมอง 2 ล้านล้าน

อีกมุมมอง 2 ล้านล้าน

17 เมษายน 2556

แม้จะมีชื่อใหม่ “วิสัยทัศน์ 2020” แต่ประชาชนจำนวนมากก็ยังต่อต้าน พ.ร.บ.กู้เงินนี้ ทุกคนคงเห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างการขนส่งของประเทศเข้าสู่ระบบราง หากแต่รูปแบบและสาระของกฎหมายนี้น่าเป็นห่วงมาก

แม้จะมีชื่อใหม่ “วิสัยทัศน์ 2020” แต่ประชาชนจำนวนมากก็ยังต่อต้าน พ.ร.บ.กู้เงินนี้ ทุกคนคงเห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างการขนส่งของประเทศเข้าสู่ระบบราง หากแต่รูปแบบและสาระของกฎหมายนี้น่าเป็นห่วงมาก

1.กู้นอกระบบโดยไม่จำเป็น การใช้เงินก้อนมหาศาลนี้สามารถกระทำได้ภายในกรอบของงบประมาณขาดดุล ต่างจากกรณี พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านบาท ปี 2552 สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่ 2 แสนล้านบาท ต้องกู้เพื่อชดเชยเงินคงคลัง เพราะรัฐบาลสมัครทำงบประมาณมาล้นกรอบเพดาน อีกทั้งต้องกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้หลุดจากวิกฤตการเงินโลก Hamburger Crisis อนึ่ง แผนเดิมที่จะกู้ผ่าน พ.ร.ก.อีก 4 แสนล้านบาท (รวม 8 แสนล้านบาท) ได้ยกเลิกไปเพราะมาตรการส่วนแรกทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเกินความคาดหมาย จึงไม่จำเป็นต้องกู้นอกระบบ

2.ไม่จำเป็นต้องกู้มากขนาดนี้ ควรเปิดทางให้เอกชนหรือภาคส่วนอื่นมาร่วม ซึ่งรัฐบาลนี้เองเพิ่งมีการแก้ไข พ.ร.บ.ร่วมทุน หากดูตัวอย่างที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เคยเตรียมไว้ รถไฟความเร็วสูงต้องเลือกเส้นทางที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์มากที่สุด จึงได้มีการริเริ่มเจรจาเส้นทาง หนองคายกทม.ปาดังเบซาร์ ที่เชื่อมคุนหมิงกับสิงคโปร์ โดยเป็นการร่วมทุนกับจีน ไทยจะใช้ที่ดินลงเป็นทุนซึ่งส่วนใหญ่การรถไฟฯ ก็มีอยู่แล้ว จีนสร้างระบบรางซึ่งจะเป็นส่วนทุนของเขา ทั้งหมดจดทะเบียนเป็นบริษัทร่วมทุน ไทยถืออย่างน้อย 51% มีสัมปทานบริหารเส้นทางรางประมาณ 50 ปี บริษัทนี้กู้เงินเองเพื่อมาลงทุนในตัวรถไฟและการบริหารจัดการ ประชาชนผู้เสียภาษีต้องใส่เงินน้อยมาก ใครคนอื่นอยากวิ่งรถไฟบนรางนี้ก็ได้ โดยจ่ายค่าเช่ารางให้บริษัทร่วมทุนในช่วงสัมปทาน ส่วนเม็ดเงินที่ไทยต้องใช้จะมาจากงบประมาณ ทุกขั้นตอนผ่านรัฐสภา และได้ผ่านการพิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 แล้วด้วย

นี่คือการ “แปลงสินทรัพย์เป็นทุน” แต่รัฐบาลชุดนี้กลับไม่สนใจ หรือเพราะทำให้ผู้มีอำนาจสั่งการไม่สะดวกและเงินที่ผ่านมือก็น้อยกว่า?

3.เสี่ยงที่จะมีหนี้ล้นพ้นตัว ดอกเบี้ย 3 ล้านล้านบาท และการใช้หนี้ใน 50 ปีที่รัฐบาลประกาศนั้นมาจากสมมติฐานขั้นต่ำมาก แน้วโน้มความเป็นจริงจะสูงกว่า การที่รัฐบาลทุ่มเงินกับนโยบายประชานิยมพร้อมๆ ไปกับการลดภาษีนิติบุคคล ทั้งยังประกาศว่าจะไม่ปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้เพดานหนี้สาธารณะที่กฎหมายกำหนดอาจทะลุได้ หากการลงทุนตาม พ.ร.บ. และนโยบายเหล่านี้ไม่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้มากพอ ประเทศไทยจะมีปัญหาหนักมาก เหมือนการทำโครงการอย่างรถไฟ Airport Link ที่แสดงอาการไม่คุ้มทุนแล้วซ้ำอีกหลายๆ ครั้ง

4.เสี่ยงที่จะลงทุนในสิ่งที่ไม่คุ้มค่า “ยุทธศาสตร์และแผนงานแนบท้าย” ร่าง พ.ร.บ.นี้มีเพียง 2 หน้า หละหลวม แสดงตัวเลขแค่ 4 ตัว ที่เหลือเป็นตารางหมวดหมู่ซึ่งเว้นว่างไว้ หากดูร่วมกับ “เอกสารประกอบการพิจารณา” 231 หน้า จะพบการ “หมกเม็ด” อย่างเหลือเชื่อ เอกสารทั้งสองส่วนระบุว่ารถไฟความเร็วสูงไปถึงหนองคายและปาดังเบซาร์ ปรากฏว่าเท็จ หลังจากถูกซักไซ้ในที่สุด รมต.คมนาคม ก็ยอมรับว่า ถึงแค่เพียงโคราชและหัวหิน ซึ่งใกล้มาก แทบจะไม่คุ้มให้รถไฟความเร็วสูงวิ่ง สายที่ “จริง” ที่สุดคือ กทม.เชียงใหม่ งบสูง 0.39 ล้านล้านบาท ถูกจัดลำดับความสำคัญสูงสุดทั้งๆ ที่ผลตอบแทนต่ำที่สุด (จากผลการศึกษาก่อนนี้) จะขนทั้งคนทั้งผักแล้วก็ตาม และยังไม่เชื่อมไทยกับประเทศเพื่อนบ้านตามเหตุผลของร่าง พ.ร.บ. นอกจากนี้ข้อมูลสำคัญๆ หลายอย่างก็ไม่เปิดเผย เช่น จำนวนผู้โดยสารและค่าโดยสาร ซึ่งจะบ่งบอกว่าจะสู้สายการบินราคาถูกและรถโดยสารได้ไหม แล้วยังมีค่าที่ปรึกษาและค่าที่ดินสูงมากๆ

5.เสี่ยงว่าจะมีทุจริตคอร์รัปชันมาก เพราะทำนอกระบบ ขาดการกลั่นกรองและตรวจสอบถ่วงดุล การจัดซื้อจัดจ้างขึ้นอยู่กับ “หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด” เคยมีข่าวความร่วมมือกับภาคีต่อต้านคอร์รัปชันภาคเอกชน แต่ไม่ได้แปลว่าจะต้องรักษา “สัญญาคุณธรรม” หากเซ็นกันจริงเพราะไม่มีบทลงโทษใดๆ ถึงแม้รัฐบาลจะได้ชี้แจงและอ้างหลักเกณฑ์ต่างๆ อย่างไร แต่ถ้าไม่ได้นำสิ่งเหล่านั้นใส่ในกฎหมาย ปัญหาธรรมาภิบาลก็ยังดำรงอยู่

6.ขัดหลักประชาธิปไตย ใช้อำนาจเสียงข้างมากโดยมิชอบ รัฐบาลอ้างว่าต้องเป็น พ.ร.บ.เงินกู้ เพราะต้องมีความต่อเนื่อง 7 ปี แต่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการเลือกตั้งทุก 4 ปี เพื่อให้โอกาสประชาชนตัดสินเปลี่ยนฝ่ายบริหาร ทั้งๆ ที่พรรคเพื่อไทยมีฐานเสียงมั่นคงมาก โอกาสกลับมาสูงอยู่แล้ว เหตุใดต้องมัดมือชกคนไทยด้วย? ถ้าโครงการเป็นประโยชน์ต่อประเทศจริง ไม่ว่าพรรคไหนเข้ามาเป็นรัฐบาลย่อมจะต้องทำต่อ จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็คงต้องรอดูศาลตัดสินจากที่มีการร้องเรียนไปแล้ว แต่หลักประชาธิปไตยนั้นขัดแน่

ลำพังนโยบายประชานิยมต่างๆ ที่ทำอยู่ก็ทำให้ประเทศเสียหายมากพอแล้ว รัฐบาลอาจอ้างว่าต้องทำรถไฟความเร็วสูง กทม.เชียงใหม่ เพราะได้หาเสียงไว้ แต่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงด้วยเหมือนกันว่าพรรคคู่แข่ง “ดีแต่กู้” ตนจะเข้ามาล้างหนี้ ทำไมมาก่อหนี้มโหฬาร แล้วส่อเค้าว่าจะเป็นหนี้เสียมากกว่าหนี้ดีด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท