
ความกลัว
...ธนพล ไชยภาษี
กว่าจะมาถึงการจัดเลือกตั้งในพม่าที่จะมีขึ้นในราวปลายเดือน ต.ค.นี้ เรียกได้ว่าผ่านหลายขั้นหลายตอน ผ่านบันไดแห่งการปูทางมานานหลายปี ซึ่งกลไกหนึ่งที่รัฐบาลพม่านำมาใช้เพื่อควบคุมสังคม ควบคุมประชาชน ก็คือการสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวเอาไว้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเมื่อช่วงเดือน พ.ค. 2008 ก่อนที่พายุไซโคลนนาร์กีส จะพัดเข้าถล่มพม่านั่นแหละครับ เป็นช่วงที่พม่าเปิดการลงประชามติรับรองรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพม่า ฉบับที่ถูกวิจารณ์ว่ารัฐบาลร่างเอง เออเอง เพียงแต่จัดฉากจัดละครให้ประชาชนมาลงนามรับรองกันเท่านั้นเอง
ก่อนหน้าการลงประชามติ มีกระแสข่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลพม่าใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนลงเสียงรับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ซึ่งวิธีหนึ่งคือการสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวให้เกิดขึ้น ป้ายสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการไม่รับรอง ถูกสั่งห้ามนำออกมาในที่สาธารณะให้เก็บไปให้หมด ห้ามไม่ให้ประชาชนพูดถึงการไม่รับรองรัฐธรรมนูญ ว่ากันว่ามีสายลับของรัฐบาลอยู่เกลื่อนเมืองย่างกุ้ง
ขณะที่ขบวนการมวลชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคยมีกลุ่มนักศึกษาเป็นแกนนำ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มสงฆ์นั้น ก็ถูกกวาดล้างจนแทบจะไม่มีพื้นที่ยืน รัฐธรรมนูญฉบับร่างเองเออเองจึงผ่านการประชามติมาได้อย่างไร้ปัญหา จนนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในปลายเดือน ต.ค.นี้
นั่นคือประเทศพม่า ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหาร ที่ประชาชนอยู่ในสภาพเคยชินกับบรรยากาศแห่งความน่ากลัวไปเสียแล้ว เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างน่าเกลียดที่สุดในโลก
ส่วนที่นี่ กรุงเทพฯ และประเทศไทย บรรยากาศแห่งความกลัวกำลังถูกสร้างขึ้นไม่ต่างจากในพม่า แต่กลับถูกปลุกขึ้นด้วยกลุ่มที่อ้างว่าเป็นเสียงของประชาชน ที่กำลังทำอะไรตามใจชอบ โดยไม่คำนึงถึงสิทธิของประชาชนอีกส่วน (ใหญ่) ที่ไม่เห็นด้วย
การเห็นต่างทางการเมือง ถูกเหมารวมไปว่าอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม เป็นอีกสีหนึ่ง ใครพูดจาไม่เข้าหู ไม่เห็นด้วย ก็อาจจะถูกรุมทำร้าย
มีการสร้างสถานการณ์ปาระเบิด ยิงระเบิด M79 อยู่รายวัน สร้างความเสียหายให้กับทั้งส่วนราชการและประชาชน แม้ว่าเป้าหมายจะไม่ได้เป็นพลเรือนโดยตรง แต่ก็เป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความกลัว เป็นการคุกคามประชาชน
ผมเคยพูดกับเพื่อนสื่อมวลชนชาวพม่าว่ายูอย่าเอาประเทศไอเป็นตัวอย่างของแม่แบบประชาธิปไตยเลย ซึ่งวันนี้ผมคิดว่าผมพูดไม่ผิดจริงๆ
แถมอยากจะขอสับเปลี่ยนให้รัฐบาลพม่ามาจัดการปัญหาการเมืองไทย คงจะพอฟัดพอเหวี่ยงกันทั้งรัฐบาล ทั้ง ผู้ชุมนุม..!







