posttoday
ปรับเพื่ออนาคต

ปรับเพื่ออนาคต

16 เมษายน 2556

ขออนุญาตอวยพรท่านผู้อ่านทุกท่านในเทศกาลสงกรานต์นี้ และก็ต้องขอบอกว่าโล่งอกที่ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤตการณ์ทางพลังงานจากการที่ประเทศเมียนมาร์ต้องซ่อมท่อส่งก๊าซ ที่ไทยอาศัยผลิตไฟฟ้ากว่า 6,000 เมกะวัตต์ ซึ่งก็ต้องขอชมเชยทุกหน่วยงานในกระทรวงพลังงานและท่าน รมว.พลังงาน ที่สามารถบริหารจัดการให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ และต้องขอขอบคุณโรงงานอุตสาหกรรมและประชาชนคนไทยที่ช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้า ทำให้ยอดการใช้ไฟฟ้าในเดือน เม.ย.ที่อากาศร้อนที่สุดไม่ได้พุ่งสูงเกินสถิติเดิม และอยากให้รักษาสำนึกการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพนี้ให้เป็นนิสัย

ขออนุญาตอวยพรท่านผู้อ่านทุกท่านในเทศกาลสงกรานต์นี้ และก็ต้องขอบอกว่าโล่งอกที่ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤตการณ์ทางพลังงานจากการที่ประเทศเมียนมาร์ต้องซ่อมท่อส่งก๊าซ ที่ไทยอาศัยผลิตไฟฟ้ากว่า 6,000 เมกะวัตต์ ซึ่งก็ต้องขอชมเชยทุกหน่วยงานในกระทรวงพลังงานและท่าน รมว.พลังงาน ที่สามารถบริหารจัดการให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ และต้องขอขอบคุณโรงงานอุตสาหกรรมและประชาชนคนไทยที่ช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้า ทำให้ยอดการใช้ไฟฟ้าในเดือน เม.ย.ที่อากาศร้อนที่สุดไม่ได้พุ่งสูงเกินสถิติเดิม และอยากให้รักษาสำนึกการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพนี้ให้เป็นนิสัย

ตามที่ได้ให้ข้อคิดแล้วว่าวิกฤตการณ์พลังงานครั้งนี้ จะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากประเทศไทยยังคงต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศมากจนเกินไป และไม่ได้มีแผนงานทางพลังงานอย่างเป็นระบบ ดังนั้นจึงอยากให้มีการตัดสินใจดำเนินการในการเตรียมความพร้อมทางพลังงานในทุกด้าน อะไรเห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและถูกต้องก็อยากให้รีบดำเนินการ

เรื่องพลังงานเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจ และคนส่วนมากพอพูดถึงพลังงานแล้วจะขอให้มีราคาถูกไว้ก่อน ซึ่งไม่น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะการเข้าไปสนับสนุนราคาพลังงาน เพื่อให้มีราคาถูก จะทำให้มีการใช้อย่างไม่ประหยัด และเป็นการขัดขวางการพัฒนาพลังงานทดแทนด้วย ซึ่งเหมือนกับเป็นการเบียดเบียนเอาพลังงานของลูกหลานมาใช้ล่วงหน้า ผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านที่ได้เข้าศึกษาในวิชาพลังงานที่ บริษัท ปตท. ตั้งขึ้น ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ประโยชน์อย่างมากและเข้าใจเรื่องพลังงานมากขึ้น และเห็นว่าทุกเรื่องที่ผู้เขียนได้ดำเนินการไปแล้วในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง เป็นเรื่องที่ถูกต้องสำหรับอนาคตของประเทศ ซึ่งในอดีตไม่เคยมีใครกล้าตัดสินใจ และในช่วงดำเนินการ ประชาชนส่วนมากก็มักจะไม่ค่อยเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องซับซ้อน ต้องใช้หลักคิดทางเศรษฐศาสตร์และความรู้เรื่องทางพลังงานมาประกอบกัน และก็ต้องขอบคุณที่ทุกนโยบายที่ได้ตัดสินใจไปแล้วได้รับการสานต่อโดยไม่ได้ถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นแนวทางการวางรากฐานทางพลังงานของประเทศไทยได้อย่างถูกต้องเพื่ออนาคต

อย่างไรก็ดี ผู้เขียนขอให้เร่งดำเนินการในแนวทาง โรงท่อบ่อถัง ตามที่ได้เคยนำเสนอไว้แล้ว ซึ่งหมายถึง เพิ่มโรงไฟฟ้าที่สามารถผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอ โดยกระจายการใช้เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เป็นต้น เร่งเดินท่อส่งน้ำมันไปเหนือและอีสาน เพื่อลดการขนส่งน้ำมันทางรถบรรทุก ท่อน้ำมันเชื่อมระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรในภาคใต้ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานของภูมิภาค การจัดหาบ่อน้ำมัน บ่อก๊าซ และบ่อถ่านหิน ให้เพียงพอสำหรับความต้องการในอนาคต รวมถึงการเจรจากับประเทศกัมพูชาเรื่องบ่อก๊าซในพื้นที่ทับซ้อนในทะเล การสร้างถังสำรองน้ำมันให้เพียงพอในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินไม่สามารถขนส่งน้ำมันดิบเข้าประเทศได้ การเชื่อมต่อทางไฟฟ้าและทางท่อก๊าซระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีภูมิประเทศที่ติดกัน เป็นต้น

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ควรเร่งดำเนินการ คือ การปรับราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะเรื่องราคาก๊าซ ทั้งก๊าซ LPG และ ก๊าซ NGV ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ยังสับสนระหว่างก๊าซสองชนิดนี้ ก๊าซ LPG มีการใช้ประโยชน์หลายทาง คือ เป็นก๊าซหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือน ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และใช้กับยานพาหนะ ซึ่งการใช้ในแต่ละด้านมีราคาที่ต่างกัน ทำให้เกิดการถ่ายเทการใช้ อีกทั้งราคายังถูกกว่าราคาในประเทศเพื่อนบ้านมาก ทำให้มีการลักลอบนำไปส่งขาย และประเทศไทยยังต้องนำเข้าก๊าซ LPG นี้ในราคาแพง แต่ขายในราคาถูก ทำให้ต้องสนับสนุนส่วนต่างของราคา โดยกองทุนน้ำมันที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันทุกชนิด ต้องนำเงินมาชดเชยการใช้ก๊าซ LPG ถึงปีละ 56 หมื่นล้านบาทเป็นอย่างต่ำ ดังนั้นการปรับราคาก๊าซ LPG ให้สะท้อนต้นทุนและเท่าเทียมกันหมด เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะหากยังสนับสนุนราคาอยู่ กองทุนน้ำมันจะไม่สามารถแบกภาระไหวเมื่อมีการรวมกลุ่ม AEC ในปี 2558 โดยจะต้องมีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งกระทรวงพลังงานกำลังทำรายละเอียด รูปแบบ และกลุ่มคนที่รัฐบาลต้องเข้าช่วยเหลือ

ส่วนก๊าซ NGV เป็นก๊าซที่ขุดได้ในพื้นที่อ่าวไทย และนำเข้าจากประเทศเมียนมาร์ ซึ่งมีราคาที่ถูกกว่าและควรมีการส่งเสริมให้ใช้ในรถบรรทุกทดแทนการใช้น้ำมันดีเซล เพราะประหยัดกว่าการใช้น้ำมันดีเซลถึงกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งก็ควรจะมีการปรับราคาให้เหมาะสมเพื่อ ปตท. จะได้ไม่ขาดทุนในการให้บริการขายก๊าซ NGV นี้ และจะได้เร่งขยายสถานบริการเพื่อเพิ่มความสะดวกในการให้บริการ หลังจากยืนราคาเดิมมากว่า 10 ปีแล้ว

และก็เห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีรัฐบาลตกลงใจซื้อรถเมล์ NGV 3,183 คัน ในราคา 13,162 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าโครงการเดิมของรัฐบาลที่แล้วที่จะมีการเช่า 4,000 คัน ที่มูลค่า 6.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งนอกจากจะให้ความสะดวกแก่ชาว กทม. ที่มีความจำเป็นต้องใช้รถประจำทางแล้ว ยังช่วยลดมลพิษด้วย

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าราคาต่างกันตั้งหลายหมื่นล้านบาทได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท