
"สงกรานต์" เทศกาลไร้กฏหมายทำผิดได้ไม่ต้องเกรงกลัว
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ฝูงมอเตอร์ไซค์แผดเสียงป่วนโสตประสาท แก๊งวัยรุ่นเฮโลยึดครองสี่แยกไฟแดง ปิดถนน ก่อเหตุวิวาท
นั่นคือความชินชาต่อภาพชินตาตรงหน้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นอารมณ์ร่วมที่สังคมเอือมระอาพฤติกรรมเย้ยกฎหมายที่กลายเป็นความปกติของประเทศนี้
เกิดเป็นคำถาม เหตุใดวันเทศกาลนี้จึงเนรมิตให้เมืองฟ้าอมรกลายเป็นสังคมเถื่อน หรือสังคมไกลปืนเที่ยงไปได้
ไชยันต์ ไชยพร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ในสภาวะปกติคนก็มีแนวโน้มละเมิดกฎหมายอยู่แล้ว และเมื่อเข้าสู่เทศกาลอย่างช่วงสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์พิเศษ การละเมิดจึงยิ่งขยายตัวขึ้น
“บรรยากาศปกติคนก็ไม่เชื่อฟังกฎหมายอยู่แล้ว สาเหตุที่คนไม่ทำผิดก็เพราะกลัวตำรวจจับ แต่ไม่ได้สำนึกว่าต้องเคารพกฎหมาย ดังนั้นทางแก้ คือ ต้องเข้มงวดกวดขันกฎหมายให้มากขึ้นในสภาวะปกติ” นักวิชาการรายนี้เสนอแนะ
อาจารย์ไชยันต์ บอกอีกว่า ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่เคร่งครัดอยู่แล้ว เมื่อมีบรรยากาศเทศกาลก็อะลุ่มอล่วย เช่น ห้ามสาดน้ำใส่รถจักรยานยนต์ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ แต่ที่สุดแล้วก็ไม่มีการดำเนินการอะไรนัก ปัญหาคือหากปล่อยให้การหย่อนยานขยายออกไป สังคมก็จะได้บรรทัดฐานที่ทำผิดกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัว
ขณะที่คำอธิบายเชิงกายภาพ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ราชนครินทร์ ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีปัจจัยเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกันหลายมิติ เริ่มตั้งแต่ตัวผู้ก่อการซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่มีความคึกคะนองเป็นพื้นฐาน โดยช่วงอายุระหว่าง 1519 ปี จะมีพฤติกรรมความเสี่ยงมากที่สุด เพราะร่างกายที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ มีการพัฒนาสมองส่วนหลังซึ่งใช้ควบคุมกล้ามเนื้ออย่างเต็มที่ แต่การพัฒนาสมองส่วนหน้าซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการยับยั้งชั่งใจกลับยังน้อย หรือมีวุฒิภาวะไม่พร้อม
ขณะที่เทศกาลนี้ถือเป็นโอกาสในการรวมกลุ่มวันเดียวกันได้กลุ่มใหญ่ ซึ่งจะยิ่งได้แรงเสริมและจูงใจให้กล้ากระทำอย่างใดอย่างหนึ่งมากขึ้นกว่าเวลาปกติ
เมื่อปัจจัยทั้งตัวบุคคล สถานที่ เวลา เพื่อน และสังคม บวกเข้าด้วยกัน พวกเขาจึงพร้อมเปลี่ยนท้องถนนให้เป็นที่ปลดปล่อยตัวเอง โดยอาศัยเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงแสดงออกอย่างเต็มที่







