posttoday
มาเลย์เมินตั้งรับเบอร์ซิตี้ที่นิคมอุตฯฉลุง

มาเลย์เมินตั้งรับเบอร์ซิตี้ที่นิคมอุตฯฉลุง

16 เมษายน 2556

มาเลย์ยื่นข้อเสนอไทย ผุดรับเบอร์ซิตี้ที่ด่านประกอบ แลกกับรับแรงงานไทย 3 หมื่นคนเข้าทำงาน

มาเลย์ยื่นข้อเสนอไทย ผุดรับเบอร์ซิตี้ที่ด่านประกอบ แลกกับรับแรงงานไทย 3 หมื่นคนเข้าทำงาน

ความคืบหน้าความร่วมมือระหว่างไทยกับมาเลเซียในการจัดตั้งรับเบอร์ซิตี้ ล่าสุดรองปลัดกระทรวงผลิตและอุตสาหกรรมของมาเลเซีย มีความเห็นหลังร่วมหารือภาคเอกชนของไทย ว่าพื้นที่ที่เหมาะสมกับการจัดตั้งเป็นรับเบอร์ซิตี้ คือ บริเวณชายแดนไทยมาเลเซีย ที่ด่านประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นอกจากนี้มาเลเซียต้องการให้แรงงานไทยจากจังหวัดชายแดนใต้เข้าไปทำงานในมาเลเซียจำนวน 3 หมื่นคน รวมทั้งทั้งสองประเทศเห็นด้วยที่จะให้มีการสนับสนุนสิทธิพิเศษด้านภาษี ด้านพัฒนาที่ดินและทาง

“ในความร่วมมือนี้ไทยพร้อมจะป้อนวัตถุดิบน้ำยางข้นคุณภาพสูง หรือยางชนิดอื่นจากไทย รวมทั้งแรงงานฝีมือที่ต้องการจากฝั่งไทยด้วย ในขณะเดียวกันเขตอุตสาหกรรมนี้จะได้รับประโยชน์จากมาเลเซียที่มีต้นทุนด้านพลังงานถูกกว่า และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตมากกว่า เชื่อว่าเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์จะสามารถเพิ่มความต้องการใช้ยางอีกไม่น้อยกว่าปีละ 2 แสนตัน” นายยุทธพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าที่ประชุมประธานคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์การเพิ่มมูลค่ายางพาราของไทย ส่วนใหญ่เห็นว่านิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ (ฉลุง) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เหมาะสมในการทำโครงการรับเบอร์ซิตี้ที่มีความพร้อมมากกว่า เทียบกับพื้นที่บ้านด่านประกอบที่อยู่ตรงข้ามที่ตั้งอยู่ในเขตป่า แต่มีข้อดีคือติดชายแดนมาเลเซียเท่านั้น

ทั้งนี้ หากต้องการให้โครงการดำเนินการได้เร็ว ควรตั้งที่นิคมฯ ภาคใต้บ้านฉลุง เพราะเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้ายางพาราภาคใต้ และใช้พื้นที่ไปเพียง 1,000 ไร่ จากเนื้อที่รวม 2,000 ไร่ มีระบบโลจิสติกส์พร้อม และอยู่ใกล้แหล่งผลิตยางพารา ใกล้ท่าเรือสงขลา มีถนนขนาด 4 เลน ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง แต่ต้องพัฒนาระบบน้ำและระบบน้ำเสียเพิ่มเติม

สำหรับพื้นที่บ้านด่านประกอบจะต้องใช้เวลาในการเวนคืนที่ดิน และพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าของกรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่จะต้องขออนุญาตตามขั้นตอนกฎหมาย นอกจากนี้จะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบสาธารณูปโภคและระบบโลจิสติกส์ สำหรับแหล่งผลผลิตมาจาก 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ที่มีปริมาณผลผลิตไม่มาก ส่วนการรับผลผลิตจาก จ.นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ต้นทุนการขนส่งจะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เอกชนก็เห็นด้วยที่จะใช้พื้นที่บ้านประกอบ เพราะใกล้ชายแดนมาเลเซีย

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การเพิ่มมูลค่ายางพาราของไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางได้เสนอโครงการเมืองอุตสาหกรรมผลิตถุงมือยางแบบครบวงจร โดยขอสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อตั้งกองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมถุงมือยาง ปลอดดอกเบี้ย 3 ปี หลังจากนั้นดอกเบี้ย 3% ตั้งเป้าเพิ่มการผลิตถุงมือยางปีละ 4.8 หมื่นล้านชิ้น ภายใน 5 ปี เพิ่มมูลค่าการส่งออกปีละ 4 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบัน 2.9 หมื่นล้านบาท และเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราเป็น 5 แสนตัน ภายใน 5 ปี โดยอนุกรรมการฯ จะหารือกระทรวงการคลังเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท