
เขมรข้อมูลเก่า
ดันศาลโลกตีความคำตัดสินยึด2505แน่นโต้ยิบแผนที่ไทยยันสีหนุไม่ได้นิ่งเฉยตอนล้อมรั้ว
ดันศาลโลกตีความคำตัดสินยึด2505แน่นโต้ยิบแผนที่ไทยยันสีหนุไม่ได้นิ่งเฉยตอนล้อมรั้ว
เขมรร่ายยาวกล่อมศาลโลก เผยไทยมั่วแผนที่ มึนคำพิพากษาเดิมมากว่าครึ่งศตวรรษ
เมื่อวันที่ 15 เม.ย. องค์คณะผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก ทั้ง 17 คน นำโดยนายปีเตอร์ ทอมกา ประธานศาลฯ เปิดรับฟังคำชี้แจงด้วยวาจาครั้งสุดท้าย กรณีกัมพูชายื่นคำร้องให้ตีความคำพิพากษาเดิมกรณีปราสาทพระวิหารเมื่อปี 2505 โดยให้ฝ่ายกัมพชาเริ่มชี้แจงก่อน
ฝ่ายกัมพูชาใช้เวลาตลอดทั้งวันชี้แจง 2 ประเด็น เน้นย้ำในจุดยืนเดิม และมิได้แสดงหลักฐานใหม่ใดๆ คือ หนึ่ง เสนอว่าศาลมีอำนาจในการตีความตามธรรมนูญข้อที่ 60 หักล้างไทยที่แย้งว่าศาลไม่มีอำนาจ
สอง กัมพูชาระบุว่า ไทยมึนกับคำพิพากษาของศาลโลกมากว่าครึ่งศตวรรษ และตีความคำพิพากษาปี 2505 เอง โดยไปล้อมรั้วปราสาทพระวิหาร และยืนยันว่าพื้นที่รอบปราสาท 4.6 ตร.กม. เป็นของกัมพูชาตั้งแต่มีคำพิพากษาปี 2505
ทนายฝ่ายกัมพูชายังโต้แย้งไทยที่อ้างแผนที่ L7017 และ L7018 โดยยึดสันปันน้ำกำหนดเส้นเขตปราสาทพระวิหารว่าไทยทำขึ้นเอง ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้รับรู้ด้วย
“รัฐบาลไทยชุดที่ผ่านมาไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลกเมื่อปี 2505 ไม่ถอนกำลังทหารออกนอกพื้นที่รอบพระวิหาร และยังเกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดน เราจึงต้องนำเรื่องเข้าสู่ศาลอีกครั้ง” นายฮอร์นัมฮง รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ระบุ
นายร็อดแมน บุนดี ทนายกัมพูชา ได้หักล้างข้อมูลใหม่ของฝ่ายไทยเป็นการล่วงหน้า ว่า การที่สมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ เสด็จปราสาทพระวิหารแล้วเห็นการล้อมรั้วแสดงเขตแดนของฝ่ายไทยแล้วไม่ทักท้วงนั้นไม่เป็นความจริง เพราะเจ้าสีหนุ ได้ทำหนังสือทักท้วง และกัมพูชาก็ได้ทำเรื่องคัดค้านการสร้างรั้วลวดหนามของรัฐบาลไทยไปยังเลขาธิการสหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือน เม.ย. 2509
“เจ้าชายสีหนุที่พูดถึงรั้วลวดหนามของไทยว่าเป็นการปฏิบัติการที่ไม่คำนึงถึงคำพิพากษาของศาลเมื่อปี 2505 แต่ขณะนั้นกัมพูชาไม่เลือกที่จะมีปัญหากับรัฐบาลไทย” นายบุนดี ระบุ
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การชี้แจงของกัมพูชาไม่ได้ผิดความคาดหมาย เชื่อว่าไทยมีเหตุผลที่ดีที่จะอธิบายได้
นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ฝ่ายกัมพูชาไม่มีข้อมูลใหม่ แต่นำเสนอได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง







