
ขี่กระแสพระวิหารลักไก่ ดัน นิรโทษฯ
เปิดเกมรุกยกสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยการดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
เปิดเกมรุกยกสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วยการดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ขึ้นมาพิจารณาแบบไม่มีสัญญาณล่วงหน้า หลังจากที่ความพยายามผลักดันเดิมไม่อาจฝ่ากระแสคัดค้านจนต้องสะดุดลงกลางคัน
เที่ยวนี้ “เพื่อไทย” อาศัยจังหวะชุลมุนช่วงที่คนไทยทั้งประเทศกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการพิจารณาคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งกำลังขึ้นให้ถ้อยคำด้วยวาจาที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ แอบลักไก่ลุยพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ แบบไม่กระโตกกระตาก
เทคนิค “ลักไก่” อาศัยจังหวะที่ฝ่ายคัดค้านยังตั้งตัวไม่ติดผลักดันเรื่องร้อนต่างๆ มีตัวอย่างให้เห็นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทั้ง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท และแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่ติดเครื่องลุยกันเป็นแพ็กคู่ คล้อยหลังรู้ผลแพ้ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไม่กี่วันชนิดที่ยังไม่ทันให้ฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ หรือฝ่ายต่อต้านนอกสภาได้มีเวลาตั้งตัว
อย่าลืมว่ากฎหมายนิรโทษกรรมถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายลำดับต้นๆ ของรัฐบาลเพื่อไทยที่ตั้งมั่นว่าจะทำให้ได้เร็วที่สุด แต่อีกด้านหนึ่งก็มีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยและออกมาต่อต้านมากที่สุด เมื่อเป็นที่เคลือบแคลงการนิรโทษกรรมที่จะเกิดขึ้น เป็นเพียงแค่เอาประชาชนมาเป็นตัวประกันเพื่อเป้าหมายแค่ใครบางคนเท่านั้น
แม้เนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ฉบับใหม่นี้ ตั้งใจจะอุดช่องโหว่ ตัดจุดอ่อนที่เคยถูกโจมตีว่าเอื้อประโยชน์ให้คนแดนไกลออกไปแล้วก็ตาม
แต่ฝ่ายที่ต่อต้านยังอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า กระบวนการพิจารณาในวาระแรกของร่าง พ.ร.บ.นี้ อาจเปิดช่องให้ไปดึงร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ทั้ง 4 ฉบับที่ค้างการลงมติในวาระ 3 ในสภาขึ้นมาพิจารณาพร้อมกันทีเดียว
ดังนั้น ท่าทีล่าสุดของ สส.เพื่อไทย ปีกเสื้อแดง ส่งสัญญาณลุยรอบใหม่ เตรียมเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ ขอมติที่ประชุมให้นำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ที่ 40 สส.เพื่อไทย เสนอขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับแรก จึงเป็นที่น่าเป็นห่วงว่าจะจุดชนวนความร้อนแรงทางการเมืองให้กลับมาคุกรุ่นอีกรอบ
แม้จะเป็นการเสนอเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนปิดสมัยประชุมเพียง 2 วัน คือ ในวันที่ 20 เม.ย. แต่ก็ถือเป็นความพยายามที่จะลุยจังหวะแรกให้สำเร็จ ดันร่างกฎหมายให้ไปค้างอยู่ในวาระการประชุมสภาเหมือนกับที่เคยทำมาแล้วในอดีต
ยิ่งเช็กท่าทีรอบนี้มีอ้างถึงสัญญาณไฟเขียวจาก ทั้ง “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ยิ่งทำให้มั่นใจได้ว่าเที่ยวนี้คงไม่มีเหตุให้ต้องสะดุดเหมือนที่ผ่านๆ มา
ซึ่งหากดูเป้าหมายที่แท้จริง การผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ อาจจะอยู่แค่การลงมติรับหลักการในวาระแรกเท่านั้น และไม่ได้ต้องการดันไปถึงสุดทางคือการลงมติในวาระ 23 เพราะนี่อาจเป็นการเปิดช่องให้นำ พ.ร.บ.ปรองดองฯ ที่ค้างในวาระขึ้นมาพิจารณาควบคู่กัน
ที่สำคัญเวลานี้ยังมีการเตรียม “ลักไก่” เพิ่มเติม เมื่อ “ขจิตร ชัยนิคม” สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ซุ่มร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ อีกฉบับ และมีเนื้อหาสำคัญคือ นิรโทษกรรมทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 ถึง 9 พ.ค. 2554 ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ยุบสภา เป็นการให้อภัยทุกคน ทุกสี ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์ดังกล่าว
รวมถึง “พ.ต.ท.ทักษิณ” และผู้กระทำผิดคดีอาญา ถ้ามีแรงจูงใจในการกระทำผิดมาจากเหตุทางการเมืองก็ได้รับการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ด้วย ถึงจะไม่สามารถผลักดันได้ในสมัยประชุมนี้ แต่ก็พร้อมที่จะถูกนำไปพิจารณาร่วมกันกับ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ที่จะมีการเสนอเลื่อนขึ้นมาพิจารณา
นี่จึงถือเป็นอีกเงื่อนงำที่ “เพื่อไทย” ค่อยๆ เปิดไพ่ในมือให้เห็นสิ่งที่กำลังจะทำเพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่แท้จริง







