
สื่อเขมรต่อกรณีเขาพระวิหาร
ในวันที่ 15-19 เม.ย.นี้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) ที่เมืองเฮก เนเธอร์แลนด์ มีกำหนดการที่จะตัดสินคดีความข้อขัดแย้งทางด้านดินแดนในกรณีเขาพระวิหารระหว่างไทยและกัมพูชา ล่าสุด ทางเว็บไซต์พนมเปญโพสต์ได้ออกรายงานสรุปความเป็นมาและความคืบหน้าล่าสุดในกรณีปัญหาดังกล่าว
ในวันที่ 15-19 เม.ย.นี้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) ที่เมืองเฮก เนเธอร์แลนด์ มีกำหนดการที่จะตัดสินคดีความข้อขัดแย้งทางด้านดินแดนในกรณีเขาพระวิหารระหว่างไทยและกัมพูชา ล่าสุด ทางเว็บไซต์พนมเปญโพสต์ได้ออกรายงานสรุปความเป็นมาและความคืบหน้าล่าสุดในกรณีปัญหาดังกล่าว
ผู้เขียนเริ่มอธิบายถึงที่มาของปัญหา โดยหลังกัมพูชาได้รับเอกราชเพียง 6 ปี ปัญหาข้อพิพาทด้านเขตแดนก็เริ่มปะทุขึ้น จนต้องส่งเรื่องเข้าศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 2502 ซึ่งปรากฏว่าศาลตัดสินให้กัมพูชาได้ครอบครองปราสาทพระวิหารไป โดยอ้างอิงการใช้แผนที่ปี 2450 ซึ่งเขียนโดยฝรั่งเศส
ศาลให้เหตุผลว่า ที่ผ่านมาทางการไทยไม่ได้โต้แย้งหรือแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแผนที่ฉบับดังกล่าวแต่อย่างใด จึงถือเป็นการยอมรับโดยปริยาย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นความขัดแย้งนี้ก็เงียบหายไป จนกระทั่งในปี 2551 มีการเสนอชื่อเขาพระวิหารให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ทำให้เกิดความตึงเครียดในประเด็นนี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ทางฝั่งไทยหันมาให้ความสำคัญกับประเด็นพื้นที่ทับซ้อนในบริเวณรอบปราสาทพระวิหารที่เกิดจากแผนที่ฉบับ 2450 แทน
จนกระทั่งล่าสุด หลังจากมีการยิงตอบโต้ข้ามเขตแดนระหว่างกันในช่วงปี 25512554 ที่นำไปสู่การออกคำสั่งเขตปลอดทหารชั่วคราวของศาลโลกในปีที่ผ่านมา ทำให้แทบไม่มีเหตุการณ์ตึงเครียดระหว่างกัมพูชาและไทยอีก ยกเว้นแต่กรณีการไม่ยอมรับและประท้วงคำตัดสินของศาลโลกทางฝั่งไทยเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนให้ความเห็นว่า เป็นการยากที่จะคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อมาในระยะสั้นนี้ เนื่องจากศาลโลกมีกำหนดการที่จะประกาศคำตัดสินจริงในเดือน ต.ค.พ.ย.ปีนี้เป็นอย่างน้อย ทั้งนี้ คำตัดสินของศาลโลกมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อไทยมากกว่า เนื่องจากประเด็นเรื่องพระวิหารมีความละเอียดอ่อนในการเมืองภายในของไทยเองสูงมาก
ขณะเดียวกัน อีโคโนมิสต์ ได้ออกบทความแสดงความกังวลต่ออัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตของประชาชนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นใน 23 ปีที่ผ่านมา
โดยปีที่แล้วมีจำนวนอุบัติเหตุทางรถยนต์กว่า 3,129 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตกว่า 320 คน เพิ่มมากขึ้นจากปี 2554 ที่ 271 คน นอกจากนั้น ผู้เสียชีวิตในช่วงปี 2555 กว่า 3 ใน 5 คือ ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่ไม่ได้สวมหมวกกันน็อก และส่วนใหญ่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ทางการไทยก็จัดตั้งเขตปลอดแอลกอฮอล์กว่า 86 แห่ง ใน 66 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อลดอัตราอุบัติเหตุทางท้องถนน ซึ่งทางผู้เขียนได้ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า กฎระเบียบเหล่านี้มีอยู่แล้วในประเทศไทย แต่ปัญหาคือการบังคับใช้ให้มีประสิทธิภาพมากกว่า







