posttoday
อุทาหรณ์ เมาแล้วขับ สุขเพียงชั่วโมง...เศร้าตลอดชีวิต

อุทาหรณ์ เมาแล้วขับ สุขเพียงชั่วโมง...เศร้าตลอดชีวิต

15 เมษายน 2556

โดย...อลิสษา ทองขาว

โดย...อลิสษา ทองขาว

ผ่านไปแล้วค่อนทาง สำหรับช่วง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2556 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ยังคงรายงานสถิติอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง ประเมินแล้ว 6 มาตรการเข้มงวดของ ศปถ.ที่หวังจำกัดตัวเลขความสูญเสียอาจไม่ได้ตามเป้า และมีแนวโน้มจะมากกว่าปีที่แล้ว

เทศกาลแห่งความสุขต้องกลายเป็นฝันร้ายของใครหลายคนไปอีกนานนับปี บทเรียนจากเหยื่อที่ได้รับอุบัติเหตุ ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาบอกเล่าเป็นอุทาหรณ์

“หลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น แม้จะไม่ได้พิการทางร่างกาย แต่สมองถูกกระทบกระเทือน ความจำเสื่อมไปเกือบ 2 ปี ไม่คุ้มเลยกับ 3 ชั่วโมงที่นั่งดื่ม”

อรรถพล บุญทอง นักศึกษาคณะบัญชี ชั้นปีที่ 5 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา เล่าถึงเหตุร้ายที่ทำให้ชีวิตพลิกผัน

ปกติแล้วอรรถพลไม่ใช่คนชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่วันนั้นเมื่อ2 ปีก่อน จิตใจที่ปวดร้าว เพราะถูกแฟนขอเลิก ทำให้เขาไม่ปฏิเสธคำเชื้อเชิญของเพื่อนที่ชวนไปดื่มย้อมใจริมหาดบางแสน

เมื่อร่ำสุราจนสมควรแก่เวลากลับ ต่างคนต่างแยกย้ายกันขับรถมอเตอร์ไซค์กลับที่พัก ความมึนเมาบดบังความสามารถในการขับขี่ มอเตอร์ไซค์เสียการควบคุมพุ่งชนกับเสาไฟข้างทางแล้วสติอรรถพลก็ดับวูบไป

อรรถพลฟื้นมาอีกครั้งด้วยร่างกายครบ 32 แต่สิ่งที่หายไปคือ “ความทรงจำ” ที่แม้แต่แม่ผู้ให้กำเนิดของตัวเองก็ยังจำไม่ได้

“ผมจำอะไรไม่ได้เลย ทุกวันนี้ที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะพ่อ แม่ และเพื่อนเล่าให้ฟังว่าผมขับรถมอเตอร์ไซค์ล้มหัวฟาดพื้นถนน” อรรถพล เล่า

แรงกระทบกระเทือนทางสมองนำมาซึ่งอารมณ์เศร้าสร้อย บางครั้งก็คลุ้มคลั่งอาละวาดเอากับพยาบาลและหมอที่ให้การรักษา ทำให้ต้องหยุดเรียนนานหลายเดือน กว่าจะบำบัดอาการคลุ้มคลั่งและกู้ความทรงจำคืนกลับมาได้ก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี

แม้ทุกวันนี้ อรรถพลจะจำเรื่องราวต่างๆ ได้แล้ว แต่ยังมีอาการปวดศีรษะตลอดเวลา จนต้องทานยาคลายกล้ามเนื้อประสาททุกวัน...

เช่นเดียวกับ จำรัส บุญชื่น วัย 28 ข้าราชการทหารอากาศ อีกคนหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุทางถนน

แม้เขาจะไม่ได้ขับรถเอง แต่การไว้ใจให้เพื่อนที่เมาน้อยกว่าขับรถให้ ก็ไม่ได้หมายความว่าการเดินทางครั้งนั้นจะปลอดภัย

ทหารหนุ่มผู้รักการดื่มสุราหลังเลิกงาน แม้ไม่ค่อยได้ออกไปเมานอกบริเวณที่พักบ่อยครั้ง แต่ถ้ามีโอกาสเมื่อไรเขามักไม่ปฏิเสธ

การออกจากถิ่นไปดื่มน้ำเมานอกสถานที่ครั้งนั้น ทำให้เขาต้องสูญเสียเพื่อนสนิทที่แม้ไม่ได้ตายจากกัน แต่ความบาดหมางผิดใจจนไม่สามารถกลับมาพูดคุยกันได้อีก

ค่ำคืนนั้น บนท้องถนนที่เงียบสงัดใน จ.นครปฐม จำรัส วางใจให้เพื่อนที่ร่วมวงดื่มด้วยกันขับรถยนต์ให้ แต่กลายเป็นว่าเพื่อนกลับหลับใน ขับรถพุ่งชนแท็กซี่คันข้างหน้าแล้วเสียหลักหมุนไปชนขอบฟุตบาทรถพังเสียหายยับเยิน

จำรัส หลุดออกนอกรถ หน้าผากฟาดพื้นถนนเลือดอาบ ต้องเย็บกว่า 37 เข็ม ส่วนเพื่อนคนขับไม่เป็นอะไรเลยนอกจากมีอาการฟกช้ำเล็กน้อย ด้านคู่กรณีก็โชคดีอาการไม่สาหัส แต่แท็กซี่เสียหายไม่คุ้มกับค่าซ่อมแซม จำรัส ตัดสินใจรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ขายรถของตัวเองเพื่อนำเงินมาซื้อคันใหม่ใช้ให้แท็กซี่

แม้จะรอดตายมาจากอุบัติเหตุครั้งนั้น แต่สิ่งที่รู้สึกเสียใจคือ ตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล เพื่อนผู้หลับในคนนั้นไม่เคยมาเยี่ยมแม้แต่ครั้งเดียว มีเพียงแต่เสียงโทรศัพท์โทรมาทวงเงินให้ช่วยกันรับผิดชอบ

“เจ็บตัว เจ็บใจ แถมต้องจ่ายตังค์หลายแสน” จำรัส เล่าความหลัง

เหยื่อเมาแล้วขับอีกรายที่รอดชีวิตมาได้ แต่ร่างกายก็ไม่สมบูรณ์ปกติดังเดิม ปิยมาศ ลำเจียก วัย 40 ปี พนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ต้องต่อสู้กับความพิการนานกว่า 17 ปี ตั้งแต่ช่วงคอลงไป อวัยวะทุกส่วน รวมถึงแขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถเดินหรือจับสิ่งของได้แม้กระทั่งแก้วน้ำเพื่อยกขึ้นดื่ม

ด้วยความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนจาก จ.ชลบุรี เข้ากรุงเทพฯ ประกอบกับเบียร์ 2 ขวดที่แวะดื่มระหว่างทาง เธอถูกรถบรรทุก 18 ล้อตัดหน้ากะทันหัน โชคดีที่คาดเข็มขัดนิรภัย ทำให้ไม่กระเด็นออกนอกรถ แต่แรงกระแทกอย่างหนักจากรถบรรทุก ทำให้กระดูกทุกส่วนตั้งแต่ต้นคอลงไปแตกทั้งซีกซ้ายและขวาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก

แม้ปิยมาศจะมีกำลังใจที่ดีระหว่างการรักษาตัว และเริ่มรับสภาพของตัวเองได้ แต่เมื่อเห็นพ่อแม่ต้องกู้เงินนอกระบบใช้รักษาเธอขณะอยู่โรงพยาบาล ทำให้รู้สึกสะเทือนใจที่จะต้องให้พ่อแม่คอยดูแลตลอดชีวิต

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สถิติผู้เสียชีวิตบนท้องถนนในเทศกาลวันหยุดยาวไม่ว่าขึ้นปีใหม่และสงกรานต์แค่ 7 วัน มียอดสูงพอๆ กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งปี

อุทาหรณ์จากเหยื่อผู้ประสบชะตากรรมบนท้องถนนเหล่านี้ควรเป็นเครื่องเตือนสติให้ผู้ใช้รถใช้ถนน รักษากฎระเบียบจราจรอย่างเคร่งครัด เมาไม่ขับ จะช่วยลดการสูญเสียในทุกเทศกาลในทุกๆ ปี n

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท