posttoday
ธปท.คุมกู้บ้าน

ธปท.คุมกู้บ้าน

15 เมษายน 2556

สั่งแบงก์เปิดดอกเบี้ยตลอดสัญญาสำหรับแคมเปญสินเชื่อเคหะ0%

สั่งแบงก์เปิดดอกเบี้ยตลอดสัญญาสำหรับแคมเปญสินเชื่อเคหะ0%

เตือนสติคนให้คิดก่อนเป็นหนี้.ธปท.เล็งออกประกาศคุมแบงก์ให้กู้บ้านดอก 0% เปิดเผยดอกเบี้ยเฉลี่ยให้ชัด

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.อยู่ระหว่างพิจารณาออกประกาศให้ธนาคารพาณิชย์แจ้งอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยตลอดอายุสัญญาเงินกู้ในแคมเปญที่ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย 0%

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การให้เปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนนำไปใช้ตัดสินใจว่าจะกู้เงินหรือไม่ ไม่ใช่ฟังแต่โฆษณาดอกเบี้ย 0% ก็ตัดสินใจเป็นหนี้ เพราะจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ แฝง เช่น ประกันภัย ค่าธรรมเนียมอื่นๆ สรุปรวมแล้วอาจจะต้องจ่ายมากจนเกินความสามารถในการชำระหนี้ก็ได้

ทั้งนี้ การให้เปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ยตามหลักการนี้ ธปท.จะให้ใช้กับการเปิดเผยดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้แบบขั้นบันไดด้วย เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก 1-2 เดือนแรกอัตราหนึ่ง แล้วขยับขึ้นไปเรื่อยๆ พอครบกำหนดในเดือนที่ 10 ให้อัตราดอกเบี้ย 9% ควรจะบอกลูกค้าว่าโดยเฉลี่ยการฝากรูปแบบนี้ได้อัตราดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี

“เราอยากให้แบงก์เปิดเผยข้อมูลที่ตรงไปตรงมา โปร่งใสชัดเจน ผู้ที่จะกู้จะได้มีข้อมูลสามารถประเมินศักยภาพของตัวเองได้ว่าควรจะกู้หรือไม่ ไม่ใช่อยากกู้เพราะดอกเบี้ยต่ำ 0% ธปท.ค่อนข้างกังวลกับเรื่องนี้ เพราะช่วงต่อไปการแข่งขันของแบงก์และการคิดค้นผลิตภัณฑ์ทางการเงินลักษณะเช่นนี้น่าจะมีเยอะขึ้น และมีเทคนิคทางการตลาดในรูปแบบใหม่ ธปท.จึงต้องเข้ามาดูแลบ้าง” นายประสาร กล่าว

ผู้ว่าการธปท. เปิดเผยว่า ในการแข่งขันของระบบธนาคารพาณิชย์ในลักษณะการจูงใจเช่นนี้น่าจะมีมากขึ้น เช่น ไม่คิดค่าธรรมเนียมการกดตู้เอทีเอ็มเป็นรายครั้ง แต่ให้มีการเหมาจ่ายค่าธรรมเนียมไว้แล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งประชาชนผู้บริโภคหรือลูกค้าอาจจะคิดว่าการให้บริการเช่นนี้ดี เพราะไม่ต้องมาจ่ายค่าธรรมเนียมทุกครั้งที่ใช้บริการ แต่ในความเป็นจริงมีการเหมาจ่ายไว้ล่วงหน้าแล้ว เป็นต้น ธปท.จึงต้องการดูแลในเรื่องเหล่านี้ให้ข้อมูลสามารถดูได้ง่ายๆ ให้ประชาชนผู้ใช้บริการเรียนรู้กับเรื่องเหล่านี้มากขึ้น เพราะการคิดค้นบริการทางการเงิน เทคนิคทางการตลาดในรูปแบบต่างๆจะมีมากขึ้น ธปท.จึงต้องเข้ามาดูแลบ้าง

นายวิเชียร แพทยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าพระยามหานคร หรือซีเอ็มซี เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้งในปีนี้ ส่งผลให้มีผู้ประกอบการรายใหม่จากวงการธุรกิจอื่น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ สิ่งทอ ผู้พัฒนาโรงงาน กระโดดเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น โดยสถานการณ์คล้ายกับช่วงปี 25382539 ก่อนเกิดวิกฤตปี 2540 ที่มีผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก

ทั้งนี้ ส่งผลให้จำนวนความต้องการซื้ออสังหาฯ มีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด เช่น หัวหิน พัทยา โซนอีสาน ที่มีผู้ประกอบการหน้าใหม่เกิดขึ้นมาก

ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจับตามองอย่างใกล้ชิด แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นฟองสบู่ก็ตามเนื่องจากเพราะขนาดเศรษฐกิจแตกต่างกัน โดยในช่วงปี 2540 จีดีพีของประเทศใหญ่กว่าปัจจุบันมาก

ขณะที่จำนวนโครงการคอนโดมิเนียมช่วงปี 2540 มีกว่า 1 แสนหน่วยต่อปี แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 67 หมื่นหน่วยต่อปี แต่ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวัง

นอกจากนี้ ยังพบว่าระดับราคายังเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ผู้ประกอบการจึงต้องระวังเรื่องความต้องการเทียมให้มาก โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมที่ขายหมดอย่างรวดเร็ว หากเป็นการซื้อเก็งกำไร ลูกค้าจะไม่ยอมโอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบได้

สำหรับแผนงานของซีเอ็มซีในปีนี้จะไม่เน้นพัฒนาโครงการใหญ่ โดยมุ่งไปที่โครงการมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดอีก 2 โครงการ ภายใต้แบรนด์ ชาโตว์ รัชดา ซอย 10 จำนวน 76 ยูนิต เริ่มต้น 2.3 ล้านบาท และชาโตว์ รัชดา 19 จำนวน 74 ยูนิต จำนวน 2.5 ล้านบาท

นายวิเชียรกล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ซีเอ็มซี มียอดขาย 800 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มียอดรับรู้รายได้ 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 370 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 2 คาดว่าจะชะลอตัวเล็กน้อย เนื่องจากมีช่วงวันหยุดยาว และใกล้เปิดเทอม โดยคาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 500 ล้านบาท และจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3-4

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท