
เมื่อนายพรานและผู้พิทักษ์ต้องต่อสู้เพื่อนออันสูงค่า:สงครามนอแรด
ปลายปี 2010 ตำรวจแอฟริกาสืบทราบว่าสัตวแพทย์ 2 คน ซึ่งทำงานในฟาร์ม
ปลายปี 2010 ตำรวจแอฟริกาสืบทราบว่าสัตวแพทย์ 2 คน ซึ่งทำงานในฟาร์มของดาวี กรีเนอวอลด์ มีสาร M99 ซึ่งเป็นยากล่อมประสาทสัตว์ขนาดใหญ่ อยู่ในครอบครองมากผิดปกติ จึงเข้าตรวจค้นฟาร์มและพบซากแรด 20 ตัวถูกฝังอยู่ ซึ่งทั้งหมดถูกตัดนอเรียบร้อยแล้ว
เจ้าของฟาร์มและลูกจ้างอีก 7 คน ถูกตั้งข้อหาลักลอบล่าและค้านอแรด 1,872 คดี ซี่งเป็นสถิติอันน่าสะเทือนใจ หลัง ค.ศ. 2000 สถิติการล่าแรดพุ่งสูงขึ้นมาก เฉพาะปี ค.ศ. 2012 มีแรดกว่า 600 ตัวถูกฆ่าโดยนายพราน เพราะความต้องการนอแรดมีสูง
ปัจจุบันราคานอที่พุ่งสูงอย่างบ้าคลั่งเปรียบเสมือนการตั้งค่าหัวให้กับแรดทุกตัวบนโลก โศกนาฏกรรมนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะความเชื่อเกี่ยวกับพลังแห่งการบำบัดโรคของนอแรด โดยเรื่องตลกร้ายก็คือ แท้จริงนอแรดหาได้มีฤทธิ์ทางยาอย่างที่เชื่อกันเลย
กไล่ล่าด้วยเฮลิคอปเตอร์
เมื่อ 20 ปีก่อนพรานป่าใช้เพียงปืนไรเฟิลเก่าๆ แต่วันนี้มีรถขับเคลื่อนสี่ล้อ อาวุธชั้นดี และกล้องอินฟาเรดซึ่งทำให้ล่าแรดได้แม้แต่กลางคืน และบ่อยครั้งที่พรานมักใช้เฮลิคอปเตอร์ทำให้สำรวจพื้นที่ไล่ล่าได้เป็นวงกว้าง ด้วยการสนับสนุนจากทุนข้ามชาติ เพราะชาวเอเชียเชื่อว่านอแรดบดสามารถบำบัดโรคได้สารพัด โดยช่วง 23 ปีที่ผ่านมา มีข่าวลือจากเวียดนามว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งหลายคนหายได้จากการรักษาด้วยนอแรดบด
ช่วงนั้นเกิดเศรษฐีใหม่จำนวนมากในเวียดนาม จึงมีเงินรักษาด้วยยาขนานต่างๆ ตามที่ร่ำลือกัน ด้วยเหตุนี้ผงนอแรดนั้นจึงสามารถหาซื้อได้ง่ายพอๆ กับยาแก้ปวด ตามเมืองใหญ่ของเวียดนามและเครื่องขูดนอแรดก็กลายเป็นสินค้านิยมในหมู่คนรวย ขณะที่จีนก็มีความต้องการนอแรดบดเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
กจีนจะตั้งฟาร์มแรด
“เซฟเดอะไรโน่” (Save the Rhino) องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม วิเคราะห์ว่าปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดนอแรดบูมคือการสนับสนุนแผนการที่จะจัดตั้งฟาร์มแรดภายในประเทศของรัฐบาลจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะ “เก็บเกี่ยว” นอจากแรดไปใช้ทำผลิตภัณณ์ยาแผนโบราณ (นอสามารถงอกใหม่และเก็บเกี่ยวได้ทุกๆ 5 ปี) ในขณะนี้แรด 65 ตัวถูกนำเข้าสู่ประเทศจีนแล้ว
เรื่องฟาร์มแรด แม้จะถูกต่อต้านอย่างมาก แต่บางฝ่ายก็บอกว่าการจัดการใช้ประโยชน์จากนอแรดอย่างเปิดเผยอาจเป็นหนทางเดียวที่จะยุติสงครามนอแรดได้ ขณะเดียวกัน ผู้ไม่เห็นด้วยก็เกรงว่า การมีนอแรดถูกกฏหมายเป็นจำนวนมากในตลาด มีแต่จะยิ่งเพิ่มความต้องการให้เกิดการล่าในธรรมชาติมากขึ้น
กแม้แต่ลูกตาก็ขายได้
นอแรดมีค่าพอๆ กับทองที่มีน้ำหนักเท่ากัน แม้มันจะเป็นเพียงสารเคราตินซึ่งเทียบได้กับส่วนประกอบของผมและเล็บคนเท่านั้น ความเชื่อในสรรพคุณวิเศษของสัตว์ชนิดนี้ช่างทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงขั้นว่าเมื่อปีที่ผ่านมา เหล่าพรานไม่เพียงล่าแรดเพื่อเอานออย่างเดียว แต่ยังเริ่มขยายไปถึงการควักลูกตาขายด้วย อาจเพราะความเชื่อที่ว่าตาแรดสามารถนำไปรักษาคนตาบอดได้ (ทั้งที่จริงๆ แรดเป็นสัตว์ที่สายตาแย่ที่สุด)







