
แท็กซี่ชนหนุ่มพม่าดับที่ถ.งามวงศ์วาน
แท็กซี่ชนหนุ่มพม่าดับที่ถ.งามวงศ์วาน คนขับอ้างทางมืดหักหลบแล้วแต่ไม่พ้น ตร.คาดผู้ตายจะข้ามถนนแต่มองไม่เห็นรถ
แท็กซี่ชนหนุ่มพม่าดับที่ถ.งามวงศ์วาน คนขับอ้างทางมืดหักหลบแล้วแต่ไม่พ้น ตร.คาดผู้ตายจะข้ามถนนแต่มองไม่เห็นรถ
เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 14 เม.ย. ร.ต.ต.ชาตรี สีจันทร์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ย่อยรัตนาธิเบศน์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีรถแท็กซี่ชนคนเสียชีวิต บริเวณทางขึ้นด่วนงามวงศ์วานถนนงามวงศ์วาน จากนั้นจึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาตร์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นถนนงามวงศ์วานด้านขาออกก่อนขึ้นด่วนงามวงศ์วานในช่องทางด้านขวาพบรถยนต์แท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มช-7997 กทม บริเวณกันชนหน้ามีร่องรอยการพังเสียหายและกระจกหน้าแตก โดยมีนายจินดา สุนสันเขตต์ อายุ 38 ปีอยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 9 ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด เป็นผู้ขับขี่ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยสีหน้าตกใจ และใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชายในลักษณะนอนหงายสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงผ้าร่มขายาวสีเทานอนจมกองเลือดอยู่จากการตรวจพบเอกสารสถานพยาบาลที่ประกันตนของโรงพยาบาลสวนผึ้ง ระบุชื่อ นายเคน มีชัย อายุประมาณ 40-45 ปี สัญชาติ พม่า อยู่บ้านเลขที่ 6/2 หมู่ 2 ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี
จากการตรวจสอบของแพทย์เวรแจ้งว่าผู้เสียชีวิตมีบาดแผลแตกที่บริเวณศรีษะคาดว่าจะถูกชนจนศรีษะนั้นไปกระแทกกับกระจกรถจนทำให้เสียชีวิต นายจินดา สุนสันเขตต์ ผู้ขับขี่รถแท็กซี่กล่าวว่าตนได้ขับรถโดยรับผู้โดยสารมาจากย่านอโศกและจะไปส่งบริเวณแยกแคลายพอมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นที่มืด ตนได้วิ่งมาในช่องทางด้านขวาโดยในช่องทางด้านซ้ายนั้นมีรถประกบข้างอยู่ ทันใดนั้นได้มองเห็นคนกำลังเดินอยู่ในช่องทางที่ตนเองนั้นขับอยู่จึงเบรคอย่างเต็มที่แต่ระยะกระชั้นชิดเกินไป จึงตัดสินใจหักหลบแต่ไม่พ้นทำให้พุ่งชนเข้าอย่างเต็มแรงจนร่างผู้ตายกระเด็นขึ้นมาบริเวณฝากระโปรงหน้ารถและกระแทกกระจกจนทำให้ชายดังกล่าวเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สันนิษฐานว่าผู้ตายหน้าจะพยายามเดินข้ามถนนแต่ประกอบกับจุดเกิดเหตุนั้นเป็นที่มืดจึงทำให้รถที่วิ่งมามองไม่เห็นและชนชายดังกล่าวเสียชีวิตทันที จากนั้นจึงมอบผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (รังสิต) ต่อไป.







