
เกาะติดสถานการณ์
สัปดาห์นี้มีไฮไลต์อยู่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดหลายเรื่อง เริ่มด้วยการต่อสู้คดี
สัปดาห์นี้มีไฮไลต์อยู่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดหลายเรื่อง เริ่มด้วยการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 15-19 เม.ย.นี้ ซึ่งตลอดทั้ง 5 วันนั้นทั้งสองประเทศจะต้องยกข้อหักล้างซึ่งกันและกันต่อหน้าผู้พิพากษาศาลโลก ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศจะมีการถ่ายทอดสดและแปลเป็นภาษาไทยให้คนไทยติดตามเป็นระยะ เช่นเดียวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดนก็มีแนวโน้มว่าจะตึงเครียดมากขึ้น
จากคดีปราสาทพระวิหารมาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยต้องจับตาความเคลื่อนไหวของรัฐสภา เนื่องจาก สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้เรียกประชุมในวันที่ 18 เม.ย. เพื่อกำหนดวันแปรญัตติให้ สส.และ สว.เสนอแก้ไขถ้อยในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ หลังจากไม่ได้ข้อยุติเพราะองค์ประชุมล่มกลางดึกเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ไปก่อน จนเกิดกระแสกดดันให้ประธานสภาต้องเปิดประชุมดังกล่าว
ขณะเดียวกันห้ามลืมว่าสัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง สส.เขต 3 จ.เชียงใหม่ ถึงจะเป็นพื้นที่เมืองหลวงพรรคเพื่อไทย แต่ก็ไม่อาจประมาทคู่แข่งจากพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องลงพื้นที่ช่วย เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครของพรรคหาเสียง โดยตั้งเป้าไว้ว่าแค่ชนะไม่พอ แต่ในวันที่ 21 เม.ย. ต้องมีคะแนนทิ้งห่างพรรคประชาธิปัตย์แบบไม่เห็นฝุ่นด้วย
ปิดท้ายเฝ้าระวังช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.นี้ ที่แต่ละหน่วยงานพยายามออกมาตรการมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งตั้งความหวังว่าจะสามารถลดจำนวนอุบัติเหตุและจำนวนผู้เสียชีวิตให้น้อยลงกว่าปีที่ผ่านมาให้ได้







