
สรุป ข่าวการเมือง
การเมืองใน 7 วันที่ผ่านมา ถือว่ามีความเข้มข้นใน 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่
การเมืองใน 7 วันที่ผ่านมา ถือว่ามีความเข้มข้นใน 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ 1.ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.คดีปราสาทพระวิหาร และ 3.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง
ไฟใต้เดือดต่อเนื่องถล่มทหารพราน
เริ่มกันที่ปัญหาไฟใต้ เกิดเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มบ้าน นัจมุดดีน อูมา แกนนำกลุ่มวาดะห์ และที่ปรึกษา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ถึงสองครั้งใน อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ถูกเชื่อมโยงว่าการเจรจาของรัฐบาลกับกลุ่มบีอาร์เอ็นไม่ได้ผล ส่งผลให้ ร.ต.อ.เฉลิม ต้องเจอกระแสกดดันอย่างหนักจนต้องลงพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตามล่าสุดได้มีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มฐานปฏิบัติการร้อย ทพ.4516 กรมทหารพรานที่ 45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ใกล้บ้านพักของ ฮาซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็น ที่ร่วมเจรจาสันติภาพกับรัฐบาล
‘สุรพงษ์๋’ มั่นใจสู้คดีปราสาทพระวิหาร
ต่อด้วยการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารในเวทีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดย สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ และ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ยืนยันก่อนเดินทางไปฟังการพิจารณาคดีด้วยตัวเองที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 15-19 เม.ย. ว่ามั่นใจต่อสู้คดีได้อย่างแน่นอน และจะไม่ส่งผลกระทบต่อชายแดนของสองประเทศ
ทั้งนี้ ในการพิจารณาคดีกระทรวงการต่างประเทศของไทยจะทำการถ่ายทอดสดและแปลเป็นภาษาไทยด้วยผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 และสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์
นัดถกแก้รธน.เล็งดันกม.นิรโทษ
ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมวันที่ 18 เม.ย. ตามกระแสกดดันของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากก่อนหน้านื้รัฐสภายังไม่ได้กำหนดวันแปรญัตติที่จะให้ สส.และ สว.เสนอแก้ไขถ้อยคำในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นอกเหนือจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสภายังมีเรื่องความพยายามผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองในเหตุการณ์การชุมนุมปี 2553 ด้วย ซึ่งวิปรัฐบาล ยอมรับว่าอาจจะมีการพิจารณาในวันที่ 18 เม.ย.
จับคนร้ายยิงแกนนำต่อต้านขยะพิษ
หลังจากผ่านไปเกือบ 2 เดือน ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายที่สังหาร “ผู้ใหญ่จบ” หรือ ประจบ เนาวโอภาส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ต.หนองแหน อ.พนมสารคามจ.ฉะเชิงเทรา แกนนำต่อต้านการทิ้งสารพิษในพี้นที่ได้แล้ว โดยมีด้วยกัน 3 ราย คือ 1.ภูธร กวีพันธ์ ผู้จ้างวาน จ.อ.ยุทธนัย นาแจ้ง และ จ.อ.อนุ บุญเพ็ง มือปืน ซึ่งทางตำรวจจะเร่งขยายผลต่อไป







