
แปรรูปเนื้อไก่ด้วยพลังงาน สะอาด ประหยัด ปลอดภัย
โดย...นิธิ ท้วมประถม
โดย...นิธิ ท้วมประถม
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อครับ กับโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ที่ จ.สระบุรี ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ขนาดใหญ่ของซีพีเอฟ จะมีโครงการประหยัดการใช้พลังงานได้เป็นอย่างดีทีเดียว
ผมเองมีโอกาสได้พบกับ คุณธีรยุทธ พัชรมณีปกรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่สระบุรี ซีพีเอฟ ซึ่งการมาโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ของผมครั้งนี้ ไม่ได้มาพูดคุยถึงขั้นตอนการแปรรูปเนื้อไก่ ของซีพีเอฟครับ แต่จะมาพูดคุยกับการอนุรักษ์พลังงานของโรงงานแห่งนี้ ว่ามีโครงการอะไรบ้างที่สามารถประหยัดพลังงานได้ และสามารถประหยัดพลังงานได้ในเม็ดเงินหลายสิบล้านบาทต่อปีทีเดียว เพราะจะส่งผลถึงการลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย
ซึ่งที่โรงงานของซีพีเอฟ ที่นี่มีโครงการประหยัดพลังงาน 2 โครงการด้วยกันคือ โครงการโคเจเนอเรชัน (Cogeneration) หรือโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ในการแปรรูปเนื้อไก่ และโครงการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล จากน้ำมันที่ใช้ทอดไก่ มาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลทั้งหมดในโรงงาน
โอว... น่าสนใจแล้วใช้มั้ยครับ ว่าทั้งสองโครงการนี้ มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร
เริ่มจากโครงการโคเจเนอเรชันก่อนแล้วกันนะครับ ซึ่งโครงการนี้นั้นได้รับเงินสนับสนุนเงินลงทุนโครงการและเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงาน
โครงการนี้เกิดขึ้นจากปริมาณการใช้เชื้อเพลิงของโรงงานแปรรูปไก่สระบุรีที่ต้องใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการแปรรูป ทั้งทอด นึ่ง อบ และย่างเป็นจำนวนมาก ซึ่งพลังงานที่โรงงานนี้ต้องใช้จะมาจากพลังงาน 2 ประเภทหลัก คือ พลังงานไฟฟ้า ที่จะนำมาใช้สำหรับกระบวนการทำความเย็นในโรงงาน อีกส่วนคือ พลังงานความร้อน นั้นคือพลังงานไอน้ำ ที่จะนำไปใช้ในกระบวนการนึ่ง หรืออบไก่ เพื่อใช้ในกระบวนการแปรรูป
โดยพลังงานไฟฟ้านั้นได้มาจากการซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขณะที่พลังงานไอน้ำนั้นจะใช้เชื้อเพลิงน้ำมันเตา ถ่านหิน มาผลิตไอน้ำ เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงมีความคิดที่จะตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม หรือโคเจเนอเรชันขึ้นมา
โรงงานนี้จะใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานสะอาดมาปั่นไฟ ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณการซื้อไฟ จากการไฟฟ้าฯ ได้ ส่วนความร้อนที่ได้จากการปั่นไฟ ที่มีอุณหภูมิประมาณ 500 องศาเซลเซียส ก็นำมาใช้ในการผลิตไอน้ำ ทำให้เราประหยัดได้ประมาณปีละ 40 ล้านบาท
นอกจากประหยัดในเรื่องของการซื้อปริมาณไฟฟ้า การซื้อน้ำมันเตาแล้ว ยังได้ประโยชน์ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย เพราะจากเดิมเคยใช้ถ่านหินกับน้ำมันเตามาผลิตกระแสไฟ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาล แต่เมื่อมาใช้ระบบโคเจเนอเรชันสามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละประมาณ 1.92 หมื่นตันต่อปี
สำหรับเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมนี้ ใช้เงินลงทุนไปทั้งสิ้นประมาณ 140 ล้านบาท สามารถประหยัดได้ปีละ 40 กว่าล้านบาท นั่นหมายความว่าใช้เวลาประมาณ 4 ปี ก็คุ้มทุนแล้ว
เมื่อประสบความสำเร็จอย่างนี้แล้ว ทำให้ซีพีเอฟนำโครงการนี้ไปต่อยอดในโรงงานต่างๆ ของซีพีเอฟ ด้วย
นอกจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมแล้ว ภายในโรงงานแห่งนี้ยังมีโครงการประหยัดพลังงานอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ นั่นก็คือโครงการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันที่เกิดจากกระบวนการแปรรูปเนื้อไก่ นั่นคือน้ำมันจากการทอดไก่ มาผลิตเป็นไบโอดีเซลในระดับ บี 100 ด้วย
ซึ่งที่นี่จะมีโรงงานผลิตไบโอดีเซลกันแบบเป็นล่ำเป็นสันกันเลยทีเดียว จะไม่ให้เป็นล่ำเป็นสันกันยังไงล่ะครับ ก็แต่ละเดือนที่โรงงานแห่งนี้ มีน้ำมันจากการทอดไก่มากถึง 8 หมื่นลิตรต่อเดือน แปรรูปออกมาเป็นไบโอดีเซล บี 100 ประมาณ 7 หมื่นลิตร ที่เหลืออีก 1 หมื่นลิตร จะเป็นไตรกลีเซอรีน ซึ่งก็จะมีพ่อค้ามารับซื้อไปทำสบู่ต่อไปอีก
ทั้งนี้ น้ำมันดีเซล บี 100 ที่ผลิตออกมาได้นั้น ถูกนำมาใช้กับรถยนต์ทุกคันในโรงงานที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ไม่ว่าจะเป็นรถขนส่ง รถ 6 ล้อ รถโฟล์คลิฟต์ รถตู้ รถขนส่งพนักงาน สามารถประหยัดการซื้อน้ำมันได้ปีละ 3.4 ล้านบาทต่อปี
นอกจากการได้น้ำมันไบโอดีเซล บี 100 มาใช้งานแล้ว ยังได้ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะน้ำมันไบโอดีเซล บี 100 ที่นำไปใช้กับรถยนต์ทั้งหลายจะปล่อยค่าไอเสียที่ต่ำมาก







