posttoday

ไขปมิพาทพระวิหาร อธิปไตย 4.6 ตารางกิโลเมตร

14 เมษายน 2556

ความคลุมเครือคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลกคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505 ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ให้ไทยถอนกำลังทหารและตำรวจออกจากปราสาทและ “พื้นที่ใกล้เคียง” แต่ไม่ได้ตัดสินในประเด็นเส้นเขตแดนตามแผนที่ซึ่งกัมพูชาได้ร้องขอ เป็นความคลุมเครือมาตลอดเวลา 49 ปี กระทั่งปัญหาพิพาทเขตแดนไทยกัมพูชาบานปลายออกไป กัมพูชาจึงร้องขอให้ศาลตีความคำพิพากษาอีกครั้ง

ความคลุมเครือคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลกคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505 ที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ให้ไทยถอนกำลังทหารและตำรวจออกจากปราสาทและ “พื้นที่ใกล้เคียง” แต่ไม่ได้ตัดสินในประเด็นเส้นเขตแดนตามแผนที่ซึ่งกัมพูชาได้ร้องขอ เป็นความคลุมเครือมาตลอดเวลา 49 ปี กระทั่งปัญหาพิพาทเขตแดนไทยกัมพูชาบานปลายออกไป กัมพูชาจึงร้องขอให้ศาลตีความคำพิพากษาอีกครั้ง

เป็นการขอให้ศาลตีความคำพิพากษาที่ว่า “พันธะที่ประเทศไทยจะต้องถอนกำลังทหาร หรือตำรวจ บริเวณใกล้เคียงในอาณาเขตของกัมพูชา” ในคำร้องดังกล่าว กัมพูชาได้อ้างว่า “ดินแดนดังกล่าว อันเป็นที่ตั้งของปราสาทและบริเวณใกล้เคียง ได้ถูกปักปันตามเส้นเขตแดนที่ลากไว้บนแผนที่”

สรุป คือ กัมพูชาได้ขอให้ศาลตีความในประเด็นเส้นเขตแดน

การพิจารณาคดีตีความคำพิพากษานี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2554 ไทยและกัมพูชาได้ขึ้นให้การด้วยวาจากันมาแล้วรอบหนึ่ง ในการพิจารณามาตรการชั่วคราว ซึ่งผลออกมาคือศาลได้กำหนดพื้นที่ปลอดทหาร สั่งให้ทั้งสองฝ่ายถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ซึ่งกำหนด

ในการให้การด้วยวาจาครั้งก่อน ไทยยืนยันหลักการว่า คำร้องของฝ่ายกัมพูชาเป็นเรื่องเขตแดน ที่ศาลเคยปฏิเสธมาแล้วในการตัดสินเมื่อปี 2505 คำร้องของกัมพูชาจึงไม่ใช่คำขอตีความคำตัดสินเดิม แต่เป็นคำฟ้องคดีใหม่ ศาลโลกไม่มีอำนาจตีความ

ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า ไทยได้ส่งกองกำลังติดอาวุธรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ข้อพิพาท บนพื้นฐานของการตีความคำตัดสินของศาลโลก ซึ่งเป็นการตีความที่เข้าใจผิดไปเอง

หลังจากนั้น ศาลกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายยื่นเอกสารคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร และถึงขั้นตอนสำคัญ การให้การด้วยวาจาในระหว่างวันที่ 1519 เม.ย.นี้ ซึ่งถือเป็นการให้การครั้งสุดท้าย ก่อนที่องค์คณะผู้พิพากษาคดีของศาลโลกจะประชุมเพื่อมีคำตัดสิน คาดว่าจะเป็นช่วงปลายปีนี้

ดังนั้น การให้การด้วยวาจาครั้งนี้ จึงมีความสำคัญยิ่งที่แต่ละฝ่ายจะตอกย้ำยืนยันหลักการเหตุผล ตลอดจนเสนอหลักฐานใหม่ต่อศาล หรือแม้แต่ทำลายน้ำหนักความชอบธรรมเหตุผลข้ออ้างของคู่พิพาท เพื่อให้คำตัดสินของศาลที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้ เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตนเอง ซึ่งคาดว่าศาลโลกจะมีคำพิพากษา 4 แนวทาง

แนวทางที่เป็นคุณต่อประเทศไทยนั้น มี 2 แนวทาง คือ 1.ตัดสินว่ากัมพูชาไม่มีอำนาจฟ้อง และศาลไม่มีอำนาจพิจารณา 2.ตัดสินขอบเขตปราสาทพระวิหารตามที่ไทยได้ล้อมรั้วกั้นอาณาเขตปราสาทไว้ตั้งแต่ปี 2505

หรือไทยกับกัมพูชาอาจเสียประโยชน์ทั้งสองฝ่าย หากตัดสินกำหนดขอบเขตปราสาทพระวิหารตามแนวทางอื่นที่ศาลเห็นสมควร

และผลเสียที่สุดคือ ศาลตัดสินกำหนดขอบเขตปราสาทตามแผนที่ของกัมพูชา

ซึ่งหมายถึงกัมพูชาจะได้ครอบครองพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหารไปทั้งหมด

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?