
การต่อสู้ครั้งสุดท้าย
การขึ้นให้การด้วยวาจาต่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก
การขึ้นให้การด้วยวาจาต่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ณ พระราชวังแห่งสันติ (Peach Palace) กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ของฝ่ายไทยและกัมพูชา ในการพิจารณาตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารเมื่อปี พ.ศ. 2505 นับว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
นี่คือโอกาสสุดท้ายของทั้งสองประเทศที่จะแสดงเหตุผล ยื่นหลักฐาน ตอกย้ำเหตุผลข้ออ้างของตนเองให้หนักแน่น ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสที่จะโต้แย้ง ทำลายน้ำหนักความน่าเชื่อถือเหตุผลข้ออ้างของคู่พิพาท ก่อนที่องค์คณะผู้พิพากษาจะประชุมเพื่อออกคำตัดสิน ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงปลายปีนี้
นี่คือสิ่งที่จะส่งผลต่ออธิปไตยเหนือดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งไทยและกัมพูชาต่างอ้างสิทธิกันมาตลอดระยะเวลา 51 ปี เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ จึงฝากไว้กับคณะตัวแทนต่อสู้คดีในศาล ซึ่งมีนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นหัวหน้าคณะ
กล่าวได้ว่า คณะทำงานของนายวีรชัยนั้นมีการเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี ตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งนายวีรชัยเข้ามาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย มีการจัดตั้งทีมศึกษาเตรียมพร้อม โดยคาดว่าถึงที่สุดแล้ว กัมพูชาอาจใช้กลไกศาลโลกเพื่อหาทางยุติปัญหา และก็เป็นไปตามคาด เมื่อกัมพูชายื่นเรื่องต่อศาลโลกในเดือน เม.ย. 2554
คณะทำงานของไทยชุดนี้มีการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีพิพาทเขตแดนระหว่างชาติมาเป็นที่ปรึกษาหลายคน ในการขึ้นให้การด้วยวาจาต่อศาลครั้งแรกเมื่อปี 2554 ทีมตัวแทนฝ่ายไทยได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มีการเตรียมพร้อมที่ดี โดยเฉพาะการนำประเด็นที่กัมพูชาไม่เคยโต้แย้งการที่ไทยล้อมรั้วกั้นขอบเขตปราสาทพระวิหารเลยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกัมพูชาไม่สามารถแก้ต่างในประเด็นนี้ได้
แต่อย่างไรก็ไม่ควรประมาทว่า การขึ้นให้การครั้งนี้ฝ่ายกัมพูชาอาจหาเหตุผลมาโต้แย้งข้ออ้างครั้งก่อนของไทยก็เป็นได้ แต่ความทุ่มเทของคณะตัวแทนไทยซึ่งประจักษ์ได้จากผลงานครั้งก่อน ก็น่าจะช่วยให้คนไทยทั้งชาติวางใจได้ว่า คณะทำงานคงเตรียมพร้อมหาช่องปิดกั้นข้อโต้แย้งของฝ่ายกัมพูชาไว้แล้ว
การติดตามพิจารณาคดีครั้งนี้ตามช่องทางสื่อที่กระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมพร้อมไว้ จะช่วยให้เห็นว่าทีมตัวแทนไทยเน้นเตรียมตัวมาดีเพียงใด และการแก้ต่างข้ออ้างของฝ่ายกัมพูชานั้นทำได้อย่างทันท่วงทีหรือไม่
ขณะที่รัฐบาลก็จะต้องเตรียมพร้อมสนับสนุนในทุกด้าน และที่สำคัญบุคคลสำคัญในรัฐบาลจะต้องสำรวจโดยตระหนักว่าไม่ควรแสดงท่าทีใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีครั้งนี้







