
2 วันสงกรานต์สังเวย 101 ศพ
ปภ. เผย 7วันอันตรายสงกรานต์ ผ่านไป 2 วัน เสียชีวิต 101 ราย เจ็บ 838 ราย สาเหตุหลักเมาแล้วขับ
ปภ. เผย 7วันอันตรายสงกรานต์ ผ่านไป 2 วัน เสียชีวิต 101 ราย เจ็บ 838 ราย สาเหตุหลักเมาแล้วขับ
หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและ ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2556 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 12 เม.ย.56 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ “สงกรานต์เป็นสุข ทุกคนปลอดภัยร่วมใจรักษาวัฒนธรรม” เกิดอุบัติเหตุ 465 ครั้ง (ปี 2555 เกิด 481 ครั้ง) ลดลง 16 ครั้ง ร้อยละ 3.33 ผู้เสียชีวิต 62 ราย (ปี 2555 เสียชีวิต 58 ราย) เพิ่มขึ้น 4 ราย ร้อยละ 6.90 ผู้บาดเจ็บ 496 คน (ปี 2555 บาดเจ็บ 515 คน) ลดลง 19 คน ร้อยละ 3.69 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 39.35 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 22.15 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.63 รถปิคอัพร้อยละ 9.26 พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 21.51 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรงร้อยละ 64.30 บนทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 39.14 ถนน อบต.-หมู่บ้าน ร้อยละ 36.56 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 31.40 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 62.73 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,336 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 67,841 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 698,968 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรการลดพฤติกรรมเสี่ยง 10 มาตรการ รวม 118,854 ราย โดยมีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 34,819 ราย รองลงมา ไม่สวมหมวกนิรภัย 32,550 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (18 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ ร้อยเอ็ดและประจวบคีรีขันธ์ (3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ (21 คน)
สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 2 วัน (วันที่ 11 – 12 เมษายน 2556) เกิดอุบัติเหตุรวม 791 ครั้ง (ปี 2555 เกิด 824 ครั้ง) ลดลง 33 ครั้ง ร้อยละ 4.17 ผู้เสียชีวิตรวม 101 ราย (ปี 2555 เสียชีวิต 88 ราย) เพิ่มขึ้น 13 ราย ร้อยละ 14.77 ผู้บาดเจ็บรวม 838 คน (ปี 2555 บาดเจ็บ 890 คน ) ลดลง 52 คน ร้อยละ 5.84 จังหวัดที่ไม่เกิดอุบัติเหตุในช่วง 2 วัน มี 2 จังหวัด ได้แก่ ตราด ศรีสะเกษ จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 2 วัน (ตายเป็นศูนย์) รวม 26 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ ( 32 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ (6 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 34 คน
หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวต่อไปว่า วันนี้ประชาชนบางส่วนเริ่มเดินทางถึงที่หมายแล้ว ขณะที่บางส่วนอยู่ในระหว่างการเดินทาง "ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนขอให้จังหวัดมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน เข้มงวดกวดขันการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ การขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด การขับรถในลักษณะเสี่ยงอันตรายบนเส้นทางสายหลัก สายรอง เส้นทางรอบพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงให้ปรับแผนและมาตรการในการลดอุบัติเหตุทางถนน ปรับการจัดตั้งจุดตรวจ จุดบริการ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุ" รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวและกำชับต่อว่า ในสภาพการจราจรและห้วงระยะเวลาในการเล่นน้ำของแต่ละพื้นที่ในช่วงวันที่ 14 – 15 เมษายน 2556 ควรให้ความสำคัญกับเส้นทางภายในจังหวัด เส้นทางสายรองเป็นพิเศษ เพราะประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่แล้ว สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครที่สภาพการจราจรไม่ติดขัด จึงขอฝากย้ำให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล คุมเข้มการใช้ความเร็ว และดื่มแล้วขับเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ สถานบันเทิงยามค่ำคืน
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า ได้กำชับให้จังหวัดรณรงค์การเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสุภาพ รักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม และให้พื้นที่เล่นน้ำเป็นพื้นที่ปลอดแอลกอฮอล์ โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับอาสาสมัครสอดส่องมิให้มีการจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ รวมถึงจัดชุดสายตรวจควบคุมรถกระบะที่บรรทุกคนเล่นน้ำตามท้องถนนมิให้ใช้ความเร็วสูงและมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงเกิดอันตราย เพื่อลดความเสี่ยง ต่อการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ดังนั้นต้องขอความร่วมมือประชาชนไม่เล่นน้ำในลักษณะรุนแรง หลีกเลี่ยงการเล่นสาดน้ำสงกรานต์ บนท้ายกระบะ ไม่สาดน้ำใส่รถจักรยานยนต์ที่สัญจรไปมา เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนที่มีลักษณะอากาศของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ขอเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ ท้ายนี้ หากประสบอุบัติเหตุ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมออกปฏิบัติการช่วยเหลือต่อไป
ภาพประกอบข่าว







