posttoday
CPF นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน

CPF นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน

13 เมษายน 2556

3 ปีซ้อนสำหรับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (IR) ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง

3 ปีซ้อนสำหรับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (IR) ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ที่ได้รับจากสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และก่อนหน้านี้ก็ได้รับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ดีเด่นจากเวทีเซ็ทอะวอร์ด 2012

“กอบบุญ ศรีชัย” นักลงทุนสัมพันธ์ CPF บอกว่า เหตุผลที่คิดว่า CPF ได้รับรางวัล 3 ปีติดต่อกัน เพราะนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทสามารถเปิดข้อมูลกับนักลงทุนทุกประเภทได้ครบถ้วน ถูกต้องตามกฎหมาย และทันต่อเหตุการณ์พร้อมในเวลาที่เหมาะสมและอาจจะทำมากกว่าคนในอุตสาหกรรมเดียวกัน ดังนั้น บทบาทที่เป็นอยู่จึงไม่ได้มีความแตกต่างอะไรมากจากโฆษกขององค์กร

สิ่งที่ถ่ายทอดไปคือ ข้อเท็จจริงไม่ใช่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่ข้อมูลที่นักลงทุนสอบถามเข้ามาต้องเข้าใจเราด้วยว่า ต้องไม่หมายถึงการแสดงการผิดกฎเกณฑ์ในสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กำหนดไว้ เช่น การนำเสนอตัวเลขกำไรสุทธิซึ่งต้องเข้าใจว่าบางเรื่องผู้บริหารสามารถประเมินให้กับผู้ลงทุนได้ แต่หากเปิดเผยไปจะผิดกฎเกณฑ์ หรือบางเรื่อง เช่น ดีลการซื้อกิจการหรือร่วมทุนก็ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะมีผลต่อการเข้าเจรจาต่อรองทันที

“เรามั่นใจว่าสามารถให้ข้อมูลกับผู้ถือหุ้นทุกประเภททั้งนักลงทุนต่างประเทศ สถาบันในประเทศ และรายย่อย หรือแม้กระทั่งสื่อมวลชน และคิดว่าสามารถเปิดเผยได้ตรงใจและถูกต้องตามกฎหมาย ในทุกช่องทางที่ผู้ลงทุนต้องการ แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจด้วยว่าเรื่องที่เซนซิทีฟไม่สามารถเปิดเผยได้อยู่แล้ว เรื่องตัวเลขหรือกำไรเป็นสิ่งที่นักลงทุนทุกคนหรือนักวิเคราะห์ต้องการทราบแต่เราก็ต้องมีจุดยืนของตัวเองบนข้อเท็จจริง เพื่อต้องการรักษาความลับขององค์กรไว้บางทีการเปิดเผยข้อมูลไปก่อนก็มีผลต่อการสร้างกำไรได้ เพราะทำให้ลูกค้าถูกตัดราคา”

ความสำเร็จที่ CPF ได้มา ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเป็นเพราะผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนักลงทุนสัมพันธ์ พร้อมกับยินดีที่เปิดเผยข้อมูลให้เราทราบทุกเรื่อง เรียกได้ว่านายรู้อะไร IR ต้องรู้ด้วย จนทำให้เราต้องเป็นตัวกรองที่ดีของนายและองค์กร ประกอบกับการทีมเวิร์กที่ดีช่วยกันทำงาน รู้ว่าเป้าหมายคืออะไรและทำเพื่อองค์กร

“กอบบุญ” บอกว่า IR ไม่ได้มีหน่วยงานหรือวิชาที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังที่ทำกันมาก็เกิดจากการแลกเปลี่ยนข้อมูล ปรึกษาหารือระหว่างบริษัทจดทะเบียนหรือ บจ.ด้วยกัน โดยสิ่งที่ IR ต้องทำคือ ต้องรู้ข้อมูลเยอะ ต้องมีจิตวิทยาที่สูงเพราะต้องรับแรงปะทะจากหลายฝ่าย แต่ขณะเดียวกันต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีอยู่ และควรรักษาจุดยืนของตัวเองให้ได้เพราะแม้บางเรื่องที่เรารู้ข้อเท็จจริงในข้อมูลเดียวกับผู้บริหาร แต่เราต้องเป็นฝ่ายที่ช่วยกรองและประเมินว่าข้อมูลนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมในการเผยแพร่ไปยังสื่อหรือผู้ถือหุ้นมากน้อยแค่ไหน

“เมื่อไม่มีหลักสูตรที่แท้จริง ดังนั้น IR ต้องเป็นศูนย์รวมหลายๆ อย่างขององค์กรจึงต้องเข้าใจข้อมูลข้างในอย่างลึกซึ้งเพราะถ้าไม่เข้าใจลึกซึ้งจะไม่สามารถถ่ายทอดข้อมูลออกไปได้ดี ตั้งแต่ความเป็นไปของบริษัท กฎเกณฑ์หรือกฎหมายต่างๆ รวมทั้งข้อมูลทางด้านการเงินและทักษะการสื่อสาร อีกทั้งยังต้องมีจิตวิทยาสูงที่รู้จักการเจรจาและการประนีประนอม มีมนุษยสัมพันธ์และบุคลิกที่ดี หรือแม้กระทั่งการกลั่นกรองให้กับหน่วยงานหรือผู้บริหารในสถานการณ์ที่เกี่ยวกับบ้านเมือง เราต้องตัดสินใจได้ว่าในสถานการณ์นั้นควรหรือไม่ควรให้ผู้บริหารออกมา เพราะบางเรื่องไม่ควรถึงซีอีโอ แค่ซีเอฟโอตอบ หรือเป็นข้อมูลที่ไปถามซีเอฟโอให้แล้ว IR ตอบให้”

นอกจากนั้น ต้องมีการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานภายในองค์กรทุกฝ่ายได้อย่างดี โดยเฉพาะฝ่ายประชาสัมพันธ์ (พีอาร์) กับนักลงทุนสัมพันธ์ ซึ่งตอนเช้าต่างช่วยกันดูประเด็นข่าวที่คิดว่าจะเกี่ยวข้องกับบริษัทหรือคาดการณ์ว่าจะต้องมีนักลงทุนโทรมาสอบถามข้อมูลก็ควรเตรียมคำตอบไว้ให้ตามข้อเท็จจริง หรือถ้าเป็นประเด็นที่คิดว่าควรสื่อไปยังวงกว้างก็จะให้ทางประชาสัมพันธ์ทำจดหมายข่าวไปให้สื่อมวลชนรับทราบ แต่ทั้งหมดนี้ควรให้ถูกที่ถูกเวลาด้วย เพราะทุกสิ่งที่ IR สื่อสารออกไปจะกระทบกับบริษัททั้งทางบวกและทางลบ และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น

เข้าใจว่าการหาบุคลากรเพื่อเป็น IR ปัจจุบันค่อนข้างหายากเพราะส่วนใหญ่มาจากการเป็นนักประชาสัมพันธ์หรือเลขานุการมาก่อน แต่ความแตกต่างระหว่างประชาสัมพันธ์กับนักลงทุนสัมพันธ์คือ พีอาร์ที่ส่วนใหญ่ต้องมีการส่งข้อมูลออกไปที่ต้องดูแลเรื่องภาพลักษณ์และอาจจะถูกปะทะในเชิงลบมากกว่านักลงทุนสัมพันธ์ ขณะที่นักลงทุนสัมพันธ์ต้องส่งต่อข้อมูลเรื่องตัวเลขอีก 5 ปีข้างหน้า ทั้งเรื่องยอดขาย ค่าใช้จ่าย กำไร แต่คำพูดหรือข้อมูลที่สื่อไปจะไม่สามารถฟันธงได้ ทำให้นักลงทุนต้องไปวิเคราะห์และตีความเอาเอง ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่ยากที่สุดของนักลงทุนสัมพันธ์

ดังนั้นเด็กรุ่นใหม่ที่สนใจทำงานด้านนี้ควรเตรียมตัวให้พร้อม อย่าไปกลัวกับตัวเลข อย่าไปกลัวกับเรื่องกฎเกณฑ์ อย่าไปเกร็งกับการทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูง เพราะถ้าเราเริ่มทำงานกล้าเผชิญความท้าทาย และผ่านจุดนี้ไปได้ หลังจากนี้ก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว เพราะยอมรับว่าการเป็น IR มีเรื่องราวและสิ่งที่ต้องท้าทายให้เผชิญทุกวัน

แม้ตลอด 19 ปีที่ผ่านมาของการเป็น IR “กอบบุญ” บอกว่า เริ่มเห็นพัฒนาทีดี่มากขึ้นในช่วง 5 - 6 ปี และ IR ของ บจ.ไทยก็มีพัฒนาในการเปิดเผยข้อมูลได้ดีขึ้น

CPF นักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน