
ไม้แข็งไม้อ่อน
หมิ่นพระบรมเดชานุภาพควรแก้ไหมเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี้
หมิ่นพระบรมเดชานุภาพควรแก้ไหมเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนี้เราได้พูดคุยกันไปหลายคำรบแล้ว สิ่งที่ต้อง “แก้” และสำคัญที่สุดคือ แก้ที่ตัวพวกเราเองในมุมมองที่มีต่อเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งได้ถกกันไปเมื่อหลายคราวก่อนว่าการจะใช้คำว่า “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” นั้น จะต้องใช้กับพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจเทียบเท่ากับกฎหมาย นั่นคือ กฎหมายคือพระองค์ พระองค์คือกฎหมาย คำสั่งของพระองค์เป็นเด็ดขาด โทษานุโทษที่พระองค์กำหนดเป็นที่สุด
ระบอบประชาธิปไตยหรือแม้กระทั่งราชาธิปไตยสมัยใหม่ สิ่งเช่นว่านั้นก็ไม่ได้มีปรากฏ เพราะกระบวนการในการตรา ใช้บังคับ และบังคับใช้กฎหมายนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพระมหากษัตริย์ หากแต่มีกระบวนการอื่น ดังนั้นต้อง “แก้” ที่ความเข้าใจของพวกเราว่าที่ใช้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ไม่ใคร่ตรงแล้วในยุคสมัยนี้
แก้สอง แก้ที่กฎหมาย หากเห็นว่าโทษานุโทษที่วางเอาไว้สำหรับผู้ที่ “หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” ที่วางเอาไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น หนักหนาสาหัสไป ก็ไปปรับเรื่องโทษ แต่ก็ต้องปรับเรื่องในระนาบเดียวกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายด้วยราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท ประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐต่างประเทศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มาสู่พระราชสำนัก
นอกจากนั้น ก็จะต้องไปพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย ไม่ว่าจะเป็นหมิ่นประมาทโดยการกล่าวว่าร้าย หรือพูดใส่ความ การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา การหมิ่นประมาทผู้ตาย การหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ การหมิ่นศาลในการพิจารณาพิพากษาคดี รวมไปถึงเรื่องของการดูหมิ่นซึ่งหน้าด้วย ซึ่งต้องทำให้สอดคล้องกัน และเหมาะสมต่อสถานะต่างๆ
แม้ว่าใครจะอวดตัวจ๋าว่าเป็นประชาธิปไตยจี๋ ไม่มีความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ไม่มีใครหน้าไหน ตำแหน่งใดใหญ่กว่า สำคัญกว่ากัน ทุกคนเท่าเทียมกันหมด โดยเฉพาะภายใต้กฎหมาย ก็เอาสุดโต่งว่ากันไป แต่ความเป็นจริงมีอยู่ ทั่วโลกาเขาก็ทำกัน ดังนั้นการคุ้มครองบุคคลในแต่ละสถานะที่สังคมนานาอารยประเทศยอมรับกำหนดกันไว้ ก็ให้เป็นอย่างเหมาะควร ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ตนตั้ง เป็นประชาธิปไตยแบบตัวกูของกู ใครเห็นด้วยกับกูเป็นประชาธิปไตย เห็นค้านกูเป็นเผด็จการ มันก็น่าอดสู หากมิใช่ถึงขั้นทุเรศไปเสียฉิบ







