
คิกออฟ 7 วันอันตราย เข้ม 6 มาตรการลดสูญเสีย
7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์เริ่มขึ้นแล้ว โดยกระทรวงมหาดไทยเปิดศูนย์อำนวยการป้องกัน
โดย...ทีมข่าวในประเทศ
7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์เริ่มขึ้นแล้ว โดยกระทรวงมหาดไทยเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ระหว่างวันที่ 1117 เม.ย. ตั้งเป้า “ยอดตาย” ทั่วประเทศต้องไม่เกิน 320 คน เท่ากับตัวเลขการเสียชีวิตของสงกรานต์ปีก่อน
ทั้งนี้ แค่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเทศกาลกลับต่างจังหวัด 2 ครั้งหลังสุด คือขึ้นปีใหม่ 2556 และสงกรานต์ 2555 ก็มีคนตายไปแล้วกว่า 600 คน มากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบที่ชายแดนภาคใต้ตลอดปี 2555 ซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ 391 คน
ตัวเลขข้างต้นเป็นโจทย์ที่ฝ่ายพลเรือนและตำรวจทั่วประเทศต้องระดมกำลังควบคุมป้องกัน โดยมีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุการตายหยั่งลึกลงไปถึงระดับหมู่บ้าน ชุมชน ทำให้คำตอบของมาตรการจะมุ่งเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อให้สถิติการตายไม่เกินตามจำนวนที่วางไว้
มาตรการหลัก 6 ข้อที่เน้นหนัก คือ 1.ควบคุมความเร็วของการขับขี่อย่างเคร่งครัด โดยระดมกำลังจากหลายหน่วยจัดตั้งจุดตรวจทุก 200 กม. 2.เมาแล้วขับ 3.จัดโซนนิงเล่นน้ำสงกรานต์ปลอดแอลกอฮอล์ 4.จับกระบะบรรทุกน้ำเล่นสงกรานต์นอกเขตกำหนด 5.ยึดรถจักรยานยนต์หากไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร และ 6.ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งคนขับและผู้โดยสาร
พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย ระบุว่า การจัดโซนนิงที่ชัดเจนเพื่อเล่นน้ำสงกรานต์ จะควบคุมอุบัติเหตุได้เช่นกัน โดยสั่งการให้ทุกท้องถิ่น ทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านเสนอสถานที่เล่นน้ำมา แล้วให้ทางจังหวัดจัดมาตรการดูแลอีกทอดหนึ่ง รวมถึงการตั้งจุดตรวจตามถนนหลวง ถนนหมู่บ้านและชุมชนให้มากยิ่งขึ้น ก็จะเป็นสิ่งสะท้อนผลลัพธ์ออกมาว่าจะสำเร็จได้ตามเป้าหรือไม่ และยังไม่ลืมเรื่องการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ให้ระมัดระวังในการเดินทางและปฏิบัติตามข้อห้ามเพื่อความปลอดภัย
ขณะที่ข้อสงสัยที่ว่าตัวเลขตั้งเป้ายอดตายไม่ให้เกิน 320 คน ทำไมถึงไม่กดตัวเลขลงมาให้เป็นศูนย์ หรือเสียที่สุดก็ต้องให้ยอดผู้เสียชีวิตน้อยลงกว่าเดิม เรื่องนี้ พล.ต.ท.ชัชจ์ ไม่ได้ตอบ
นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยปรับปรุงมาตรการลดตายบนท้องถนน ตัวเลขบอกชัดเจนว่า แต่ละช่วงเทศกาลจะมีคนตายจำนวนเท่าๆ กันทุกปี คือไม่ต่ำกว่า 300 คน และสงกรานต์ปีนี้เช่นกัน ตัวเลขคงไม่ต่างจากเดิมนัก ขณะที่ภาครัฐยังมัวไปห่วงเรื่องไฟดับ แต่ชีวิตของคนกลับยังไม่มีแนวทางชัดเจนสำหรับการวางมาตรการ
“การเปิดศูนย์ป้องกัน 7 วันอันตราย โดยตั้งเป้าไม่ให้มีการเสียชีวิตเกิน 320 คน ไม่เข้าใจว่าเหตุใดตั้งเป้าว่าห้ามเกิน ทำไมไม่ตั้งเป้าให้ต่ำกว่า 320 คน” นพ.แท้จริง กล่าว
ด้านบรรยากาศการเดินทางตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ประชาชนทยอยเดินทางไปจับจองซื้อตั๋วรถที่สถานีขนส่งหมอชิตจำนวนมาก การจราจรบริเวณ ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก มุ่งหน้ารังสิต ปทุมธานี การจราจรค่อนข้างมีรถหนาแน่น เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเนื่องจากมีฝนตกลงมาในช่วงบ่าย จึงทำให้การจราจรชะลอตัวมากขึ้น
ส่วนสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพช่วงผ่าน จ.นครราชสีมา เกือบตลอดทั้งสายมีปริมาณรถยนต์มาก โดยเฉพาะช่วงทางขึ้นเขา อ.ปากช่อง ไปจนถึง อ.สีคิ้ว หนาแน่นมีการชะลอตัวในบ่างช่วง โดยเฉพาะช่วงที่เป็นคอขวดเพื่อเบี่ยงออกไปยังสายบายพาสเลี่ยงเมือง เฉลี่ยรถยนต์สามารถใช้ความเร็ว 5060 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เช่นเดียวกับ ถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ เริ่มมีปริมาณรถยนต์เพิ่มขึ้น บริเวณถนนสายบายพาสปราณบุรีชะอำ เกิดอุบัติเหตุเป็นระยะๆ เนื่องจากมีการขับขี่รถยนต์กันด้วยความเร็วสูง
ขณะที่พื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ถนนสีลม จะมีการปิดถนน ตั้งแต่เวลา 14.0024.00 น. วันที่ 1315 เม.ย. ตั้งแต่แยกศาลาแดง (ถนนสีลมตัดถนนพระราม 4) ถึงแยกนราลม (ถนนสีลมตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์) โรงแรมดุสิตธานี ถึงแยกนราลม ซึ่งเหล่าพ่อค้าแม่ขายเริ่มนำสีสเปรย์มาฉีดตามพื้นเกาะกลางถนนและบนฟุตปาท เพื่อจับจองพื้นที่ค้าขายกันแล้ว ส่วนสินค้าที่ได้รับความนิยมยังคงเป็นปืนฉีดน้ำ และพวกเครื่องดื่มต่างๆ ที่ไร้แอลกอฮอล์







